เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพูดคุยหารือที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า มีการหารือหลายเรื่อง ทั้งเรื่องโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และทหาร รวมถึงได้ให้การบ้านไปกับทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาร่วมมือกันพูดคุยปัญหาความมั่นคง และ ป.ป.ท. ให้มาร่วมมือกันในการจัดระเบียบต่างๆ ทั้งการครอบครอง และพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดสูงสุด ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายหรือออกกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง ให้เร่งเสนอขึ้นมา และต้องมีการเข้มงวดในการจับกุมดำเนินคดีผู้ที่พกพาอาวุธปืน ซึ่งขณะนี้ต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่มีใครมีสิทธิพกพาอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะ หากใครพกพาไปถือว่าผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดี แม้จะบอกว่าเอามาป้องกันตัวก็ไม่ได้

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการออกใบพกพาปืน ใบล่าสุดออกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว (2566) ซึ่งใบเหล่านี้มีอายุเพียงแค่ 1 ปี ดังนั้นไม่มีใครสามารถพกปืนได้ มีเพียงข้าราชการซึ่งจะสามารถพกได้เฉพาะเวลาปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ตนขอพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก และช่วงนี้มีการตั้งด่านดำเนินคดีค่อนข้างที่จะรุนแรง เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว สำหรับเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมยกร่างทั้งการปรับปรุงแก้ไข หรือจำเป็นต้องดูแลกฎหมายฉบับใหม่ โดยจะเสนอมาให้ตนดูโดยเร็ว.