ครบรอบ 2 ปี การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยให้ผู้สมัคร สว. เลือกกันเองในแต่ละกลุ่มอาชีพ ทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ ด้วยจำนวน สว.ชุดปัจจุบัน 200 คน แต่ว่า

1.มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการฮั้ว สว. (โกงเลือก สว.) จำนวน 229 คน ปัจจุบันสำนวนคดียังไม่ไปถึงศาลฎีกา
2.ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 229 คน เป็น สว.ชุดปัจจุบันถึง 138 คน แต่ สว.กลุ่มนี้ยังทำหน้าที่ผ่านกฎหมาย และแต่งตั้งตัวบุคคลใน “องค์กรอิสระ” โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ใหม่ 4 คน คือ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. นายณรงค์ รักร้อย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร

3.กกต.ชุดปัจจุบัน ยังไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไร ในกรณีนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ได้คะแนนประเมินผลการทำงาน “ไม่ผ่าน” ในปี 68
4.ทั้งกรณีของนายแสวง และที่มาของ กกต.ใหม่ 4 คน มีการตั้งข้อสงสัยว่า กกต.ชุดนี้ ถูกคนภายนอก (บุรีรัมย์) แทรกแซงการบริหารงานภายในหรือไม่?
5.มีความพยายามถ่วงเวลาคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน ของขบวนการฮั้ว สว.หรือไม่? วันนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไออึดอัดใจกรณีผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมที่ว่า “ต้องรอผลของ กกต.ก่อน จึงจะดำเนินการอย่างอื่นได้”

ทั้งที่ กกต. ใช้อำนาจตามความผิดของกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนการสอบสวนคดีอาญา+ความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน อยู่ในอำนาจของ “ดีเอสไอ” ถือเป็น “อำนาจคู่ขนาน” มิใช่อำนาจที่ต้องรอผลกันก่อน และปลายทางก็ไปกันคนละศาลอยู่แล้ว! หวังว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม คงทราบเรื่องนี้
เมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 มีเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.” ที่อาคารรัฐสภา มีการนำ “พยาน” 4 คน ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว.ใน 4 จังหวัด มาแฉพฤติการณ์ของขบวนการฮั้ว สว. ที่มีคนของพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากสัปดาห์ก่อน “พยัคฆ์น้อย” แฉพฤติการณ์ไปหลายจังหวัด คือ สงขลา ราชบุรี สตูล ภูเก็ต อ่างทอง ว่าใครเกี่ยวข้องในขั้นตอนไหน+จ่ายเงิน+หลักฐานการใช้โทรศัพท์

เวทีเสวนาดังกล่าว ได้พยาน 4 ปากมาจากมหาสารคาม หนองบัวลำภู นครพนม และนครศรีธรรมราช แฉตั้งแต่การนัดพบ+เข้าพักโรงแรม+ทำโพยฮั้วให้เลือกหมายเลขต่าง ๆ แต่ไม่ต้องเลือกตัวเองเพราะจะมีคนอื่นเลือกให้+มีคนของพรรคการเมืองเกี่ยวข้อง+จ่ายเงิน+ซื้อเสื้อเหลืองมาให้ใส่เป็นทีม
นอกจากนี้มีการกล่าวอ้างว่า ผู้สมัคร สว.จากภูเก็ต-สตูล-นครศรีธรรมราช มี “ติวเตอร์” เป็นคน ๆ เดียวกัน เขาเรียกกันว่า “โก” คนดังเมืองสตูล ซึ่งเป็นญาติของรัฐมนตรี

จึงขอฝากไปยัง กกต. 4 คนในข้างต้น! ว่าสำนวนการสอบสวน+พยานบุคคล+พยานวัตถุ และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของขบวนการฮั้ว สว. มีเยอะแยะไปหมด และ “มีมูล” เชื่อมโยงกันทั้งนั้น เพราะทำกันเป็นขบวนการใหญ่ ใช้เงิน ใช้คนจำนวนมาก ดังนั้นจึงอย่าพยายาม “ตัดตอน” ข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะ สว. 2 คน ที่กลับลำมาเป็น “พยาน” มัดขบวนการฮั้ว สว. จะตัดทิ้งไปไม่ได้!
อย่าลืม! ยุคนี้มี “พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร” ถ้าจะท่องคาถาเพื่อตัดตอนว่า “ไม่มีมูล-หลักฐานอ่อน” กันตะพึด ตะพือ! ก็ต้องระวังไว้ด้วย! เพราะกรณีการเลือก สส.+สว. แค่มีประเด็นน่าสงสัยว่าทุจริตฯ ต้องส่งให้ศาลวินิจฉัย! กกต.จะเป่าสำนวนทิ้งไม่ได้! ยกเว้นแต่ว่า กกต. ไม่อยากได้คนซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาเป็น สว.?.
พยัคฆ์น้อย



