ใครก็คาดเดาได้  เรื่องทุจริตสอบเข้าเป็น ข้าราชการท้องถิ่น ต้องเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ที่พรรคฝ่ายค้านนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ยังนั่งควบ รมว.มหาดไทย ที่ดูแล กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” อยู่ด้วย

มองในแง่ดี กระบวนการตรวจสอบครั้งนี้ ฝ่ายค้านจะได้นำหลักฐาน มาแสดงอย่างเต็มที่ เชื่อมโยงประเด็นต่าง ๆ ให้สังคมเห็น ส่วนรัฐบาลก็ทำหน้าที่ชี้แจง เรียงลำดับ การคลี่คลายข้อเท็จจริง ให้สังคมได้รับทราบ เพราะที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงาน เข้ามาตรวจสอบ  รวมทั้งองค์กรอิสระ อย่าง...” เพียงแต่ว่า ระยะเวลาในการสอบสวนจะทันกับความรู้สึกของสังคมหรือไม่

ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ใช้กลไก ผ่านทางคณะกรรมาธิการ(กมธ.) แม้จะมีกลิ่นอายทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนที่มีประธาน กมธ. เป็น สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน อย่างน้อยก็มีสองคณะ ทั้ง “นายรังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)  ในฐานะ ประธานคณะ กมธ. การกฎหมายฯ และ “น.ส.ภคมน หนุนอนันต์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ

ต่างก็เข้ามาสอบเรื่อง ทุจริตโกงสอบท้องถิ่น มองในแง่ดี ก็ถือว่าช่วยกันทำ ช่วยกันหาข้อเท็จจริง มองในแง่ลบ คงหวังที่จะใช้เรื่องนี้ มาดิสเครดิต ฝ่ายบริหาร เพราะกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ กำกับดูแล สถ.” มีชื่อ นายอนุทิน ทำหน้าที่กำกับนโยบาย แต่จะตรวจสอบ ลึกขนาดไหน ไม่มีใครว่า เพียงแต่อย่าทำเรื่องนี้ เพื่อผลประโยชน์ ทางการเมือง

เหมือน โครงการ TH-AI Passport  ที่พรรค ปชน. ก็แย่งกันตรวจสอบ  ทั้ง กมธ.การกฎหมายฯ และ กมธ. ศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ ที่มี ไอซ์..รักชนก ศรีนอก สส.พรรคส้มเป็นประธาน  แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี ออกมาพูดถึงการตัดสินใจ เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในโครงการ TH-AI Passport

ให้เหตผลตอนหนึ่งว่า ความคุ้มค่าที่เห็นได้ชัดเจน คือการเข้าถึงฟีเจอร์ราคาแพง อย่างการใช้ AI สร้างวิดีโอ ซึ่งปกติมีต้นทุนขายปลีกสูงถึงวินาทีละ 10 บาท แต่ประชาชนที่ผ่านเงื่อนไข จะสามารถสร้างวิดีโอได้ ถึงเดือนละ 60 วินาที ในขณะเดียวกัน สัญญาของโครงการก็ได้รับการปรับแก้ จากการ จ่ายเหมา 1,500 ล้านบาท มาเป็น การจ่ายตามผู้ใช้งานจริง (Active User)  ในราคาเพียงหัวละ 25 บาทต่อเดือน

ซึ่งประเมินกันและคาดว่า จะช่วยรัฐประหยัดงบประมาณจาก 1,500 ล้านบาท เหลือ ประมาณ 600 ล้านบาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปประมาณ 900 ล้านบาท

ส่วน นายรังสิมันต์ กล่าวตอนหนึ่งถึง การตรวจสอบทุจริต สอบข้าราชการท้องถิ่น ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ  เมื่อมหาวิทยาลัยบูรพา หลุดจากการรับงาน และการจัดสอบครั้งต่อมากลับเกิดปัญหาทุจริตร้ายแรงกว่าเดิม  พร้อมทั้งอ้างถึงการประชุมเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2567 และมี การอ้างชื่อนายอนุทิน  ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกฯสิ่งที่เป็นคำถามสำคัญต่อไปก็คือ ตกลงแล้วนายอนุทิน มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริต สอบท้องถิ่นครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน

ด้าน นายอนุทิน ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทำทีโออาร์  ไม่ใช่หน้าที่ของนายกฯ หรือ รมว.มหาดไทย ที่จะต้องมานั่งดูว่าทีโออาร์เป็นอย่างไร นโยบายที่เรามอบให้ไป คือการกระทำใด ก็ตาม ในหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ต้องเป็นไปตามกฎหมาย สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้

ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ใครที่ยึดถือ ประโยชน์ทางการเมือง ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ  โดยเฉพาะ พรรค ปชน.” ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ความเชื่อถือ เป็นสิ่งสำคัญ  แม้จะมีเป้าหมายต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ใช้ข้อมูลเท็จ แล้วสังคม จะให้การยอมรับ.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่