เมื่อวันที่ 16 ส.ค. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับภัยการเงินและการฟอกเงิน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,151 คน ระหว่างวันที่ 11-14 ส.ค.2569 โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.69 ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับภัยทางการเงิน ขณะที่ร้อยละ 48.31 เคยมีประสบการณ์ สำหรับลักษณะของภัยทางการเงินที่พบมากที่สุดนั้น อันดับ 1 โฆษณาเงินกู้นอกระบบหรือการชักชวนลงทุนที่น่าสงสัย ร้อยละ 57.73 อันดับ 2 ระบุว่าญาติ เพื่อน หรือคนใกล้ตัวได้รับความเสียหายจากภัยทางการเงิน ร้อยละ 57.01 อันดับ 3 ถูกหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน ร้อยละ 29.14
ส่วนหน่วยงานที่ประชาชนคิดว่าควรแจ้งเป็นอันดับแรก หากพบเบาะแสที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 42.57 ระบุว่าควรแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร้อยละ 35.45 ระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และร้อยละ 32.93 ระบุว่าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) สายด่วน 1441
สำหรับความกังวลของประชาชนต่อปัญหาการฟอกเงินในวันนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59.77 เห็นว่าน่ากังวลมาก ร้อยละ 34.49 ระบุว่าค่อนข้างน่ากังวล แต่ร้อยละ 4.7 ไม่ค่อยน่ากังวล และร้อยละ 1.04 ระบุว่าไม่น่ากังวล ขณะที่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาการฟอกเงินยังมีอยู่ในประเทศไทยนั้น กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 76.11 ระบุว่าการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษยังไม่จริงจัง ร้อยละ 64.55 ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนสิ่งที่ประชาชนคิดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการฟอกเงิน กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 78.8 ระบุว่าควรจัดการกับตัวการใหญ่ ลงโทษอย่างหนัก กวาดล้างให้สิ้นซากเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ ร้อยละ 63.77 ระบุว่าธนาคารตรวจสอบตัวตนและบัญชีที่ผิดปกติให้เข้มงวดขึ้น
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ผลโพลสะท้อนว่าภัยทางการเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว เกือบครึ่งเคยมีประสบการณ์ โดยมองว่าปัญหาการฟอกเงินน่ากังวลและยังไม่เชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายภาครัฐจึงควรเร่งจัดการตัวการใหญ่และผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ควบคู่กับการตรวจสอบบัญชีผิดปกติและให้ความรู้ประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหรือถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการโดยไม่รู้ตัว.



