ออกตัวก่อนใครเพื่อน กับท่าทีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มี สส. 21 เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องการตรวจสอบ ในอดีตใช้กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล้มรัฐบาลมานักต่อนัก เช่นเดียวกับฝ่ายบริหารที่มี “พรรคภูมิใจไทย (ภท.)” เป็นแกนนำรัฐบาล มี “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี และนั่งควบ “กระทรวงมหาดไทย” ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทลายฐานเสียงสำคัญของพรรคสีฟ้า กวาด สส.มาได้มากที่สุดถึง 31 เสียง ทำให้ได้ สส. ถึง 191 ที่นั่ง เป็นแกนนำรัฐบาล แม้ภายหลังการเลือกตั้ง “ปชป.” อาจจะแอบหวังลึกๆ กับการได้เข้าร่วมรัฐบาล เพราะความสัมพันธ์อันดีระหว่าง “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ปชป. กับ “นายอนุทิน” ถึงขนาดไม่ยอมประกาศตัวเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ในที่สุดก็ผิดหวัง ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเห็นบทบาทของพรรค ปชป. จะ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ฮั้ว สว. หรือการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

ก่อนหน้านี้ “นายชัยชนะ เดชเดโช” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านว่า ต้องให้พรรค ปชน.เป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับมาหารือ เมื่อถามว่าพรรค ปชป.เตรียมประเด็นไหนเป็นพิเศษ และรัฐบาลมีแผลอะไรบ้าง นายชัยชนะ กล่าวว่า คิดว่าแผลของรัฐบาลวันนี้ ไม่ต้องบอก ประชาชนทั่วไปก็ตอบได้ เช่น ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว ปากท้องเศรษฐกิจที่รับผิดชอบโดยกระทรวงพาณิชย์ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ วันนี้น้ำมันลดลง แต่ราคาสินค้าไม่ลด ท่านออกมาพูด แต่ทำไม่ได้สักเรื่อง ก็เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว

“วันนี้นางศุภจี ในฐานะ รมว.พาณิชย์ รับผิดชอบอย่างไร เงินของพี่น้องประชาชนชาวนาที่รัฐบาลออกมาบอกว่า เงินหมด ชดเชยไม่ได้ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเงินเหล่านี้ถูกเอาไปใช้ตรงไหน รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลังด้วย ต้องชี้แจงให้ได้” รองหน้าพรรค ปชป. กล่าว

ขณะที่แกนนำคนสำคัญของพรรค ปชป. อีกคนหนึ่งคือ “นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สส. ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค ปชป. ให้ความเห็นถึงกระทรวงที่บริหารงานมีปัญหาว่า มีหลายกระทรวงที่เราติดตาม และจับตามองมานาน เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กระทรวงมหาดไทยที่ถือเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ซึ่งประเด็นที่เปิดออกมา ก็ไม่เหนือความคาดหมาย เพียงแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หน่วยงานที่พรรคเพื่อไทย (พท.) รับผิดชอบ จะทำให้รัฐบาลต้องแพ็กกันแน่น หรือจะใช้ยุทธศาสตร์โดดเดี่ยวพรรค ภท. อภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ฝ่ายบริหารที่สังกัดพรรคสีน้ำเงิน แต่ในที่สุดขึ้นอยู่กับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน “พรรค ปชน.” จะกำหนดยุทธศาสตร์อย่างไร แต่ที่แน่ๆ “นายอนุทิน” ต้องติดโผถูกซักฟอก ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล และนั่งควบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตก มีปัญหาทั้งเรื่องการโยกย้ายและแต่งตั้งข้าราชการ ทุจริตสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น และปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวง
ส่วนพรรค ปชน. นำโดย “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่ 4 โดยมี น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ และพยานในคดี เข้าร่วมงานเสวนาครั้งนี้ โดยนายพริษฐ์กล่าวตอนหนึ่งในเวที ว่าเป็นหลักฐานเกรดเอ เพื่อเป็นการพิสูจน์ มีการจ้างสมัคร ลงคะแนนเสียงให้กับตนเอง ในกระบวนการส่วนใหญ่ ใช้จ่ายเป็นเงินสด อาจไม่ได้ทิ้งร่องรอยให้เห็นได้ชัด แต่เชื่อว่ากระบวนการนี้ ต้องมีบางคนที่เผลอโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ทำให้ตรวจสอบได้ เปิดช่องให้ส่องกระบวนการได้

พร้อมทั้งยกข้อมูลที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่าผู้ช่วย สส. พรรค ภท. โอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. 10 คนในจังหวัดเดียวกัน หรือที่จ.หนองบัวลำภู กรณีเส้นเงินโอนจากนายสรชาติ วิชัย สุวรรณพรหม โอนให้ น.ส.ภัณนิภา ผาสุข เลขาฯ ผู้สมัคร 7 คน กว่า 100,000 บาท และกรณีการโอนเงินเกี่ยวกับ สว.แดง กองมา มีการโอนเงินไปมาระหว่าง สว.แดง และผู้สมัครอีก 3 คนในห้วงการเลือก สว. ที่เคยเปิดเผยข้อมูลไปแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด คือ นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ ซึ่งที่จ.นครพนมได้ค้นพบว่ามีการโอนเงิน 5 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ มีการโอนเงินจาก นายสิทธิกร ธงยศ โอนเงินให้กับบริษัททราเวลเซ็นเตอร์ เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้ตัวเอง กับผู้สมัครอีก 7 คน ไปวันที่ 24 มิ.ย. กลับวันที่ 27 มิ.ย. 67
ได้ค้นพบการโอนเงินผู้สมัคร สว. 2 คน และปัจจุบันได้เป็น สว.ที่ จ.สงขลา ในช่วงก่อน และหลังการเลือก “สว.โสภณ มะโนมะยา” และ “สว.ยะโก๊ป หีมละ” และเมื่อพิจารณาจากโพยการเลือกแทบทุกโพยมีหมายเลขของผู้สมัครทั้ง 2 คน ที่ได้เป็น สว. ในปัจจุบัน นอกจากนั้น มีเส้นเงินใน จ.อำนาจเจริญ พบว่ามีการโอนเงินจากบุคคลชื่อ “ญาณี สีฟ้า” ไปยังนายสุรชัย ขันติยานนท์ พนักงานสืบสวน และไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ช่วง เม.ย-ก.ค. 67 โดยเฉพาะพบว่า เวลานี้ น.ส.ญาณี ได้ร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า การประชุมสภาสมัยหน้า จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แบบมีการลงมติ ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ (รธน.) แน่นอน แต่จะเป็นเดือนไหนนั้น ขอดูปฏิทิน และหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่เสียของแน่นอน เรื่องการโกง สว. รวมถึง กรณีโกงสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI Passport การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และยังมีอีกหลายประเด็น ที่ยังไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ กรณีการฮั้ว สว. มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ที่สามารถนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะรัฐมนตรีที่อยู่ใน ครม. นี้ก็อยู่ในสถานะที่ถูกกล่าวหา ซึ่งน่าจะเป็นคดีทุจริต ที่เกี่ยวข้องกับคนใน ครม. เยอะที่สุดคดีหนึ่ง
ส่วน “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวว่า นายสมพาน พละศักดิ์ สว.จากอำนาจเจริญ เขียนใบสมัคร มีประวัติค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ 12 ปี ขณะที่นางแดง กองมา สว.เขียนใบสมัคร เป็นคนขายหมู เมื่อไปหาข้อมูลร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ตามประวัติที่นายสมพานเขียน กลับพบว่าในอดีตเคยเป็นฟิตเนส แต่ต่อมากลับออกบอกมาว่าขายก๋วยเตี๋ยวปลา จึงไปค้นข้อมูลและพบว่าเจ้าของร้านคือนายศิริพล เรืองบุญ สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) สมัครในกลุ่มภูมิใจไทเมืองอำนาจ และเคยมีการถ่ายภาพกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรค ภท. สงสัยว่า สว.หลายคน จะตั้งคนที่เลือกตัวเองให้มาเป็นผู้ช่วย สว. หรืออาจจะมีการตั้งให้ ไปฝากเลี้ยงให้กัน แต่เห็น จ.อำนาจเจริญ มีการวนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้ อีกหลายจังหวัดก็จะเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันจับตา
เป้าหมาย “พรรค ปชน.” และ “เครือข่าย” ต้องการให้ กกต.ส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาพิจารณา และสร้างกระแสเพื่อนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อลดความชอบธรรมรัฐบาล และตีแผ่มีความพยายามครอบงำกระบวนการนิติบัญญัติแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเชื่อมโยงกับการเลือกบุคคลเข้าไปทำงานในองค์กรอิสระ
“ทีมข่าวการเมือง”



