เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ภายหลังพรรคประชาชน แจงข้อเท็จจริงกรณี ‘แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ’ อดีต สส. ระบุถูกล่วงละเมิดทางเพศสมัยสังกัดพรรคก้าวไกล ยืนยันพรรคไม่เคยขอให้ปิดข่าวเพื่อภาพลักษณ์องค์กร เผยผู้ร้องเคยขอไม่ให้สอบสวนต่อ แต่ปัจจุบันพร้อมเปิดเคสสอบใหม่และเชิญพยานแวดล้อมให้ข้อมูลแล้ว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ธิษะณา ชุณหะวัณ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ดิฉันได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในพรรค และเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนกับคุณพิจารณ์ภายใน 24 ชม.หลังเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นพรรคยังไม่มีกระบวนการที่เป็นระบบในการคุ้มครองผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งในด้านการรับเรื่อง การสอบสวน การรักษาความลับ และการป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายต้องเผชิญหน้ากับผู้ถูกกล่าวหาระหว่างที่เรื่องยังไม่ได้รับการพิจารณา

พรรคประชาชน โต้ ‘ธิษะณา’ ยันพร้อมสอบกรณีล่วงละเมิด ชี้ผู้ร้องเคยขอไม่ให้ดำเนินการ

ในฐานะที่ดิฉันยังดำรงตำแหน่งในองค์กร การเปิดเผยเรื่องต่อสาธารณะในขณะนั้นย่อมหมายความว่า ดิฉันจะต้องทำงานร่วมกับและพบหน้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นประจำ ท่ามกลางสายตาของสาธารณชน โดยปราศจากหลักประกันว่าดิฉันจะได้รับการคุ้มครองหรือได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้ดิฉันรู้สึกอับอาย กดดัน และไม่ปลอดภัยที่จะเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น

ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการที่พรรคใช้ในกรณีอดีต ส.ส.ปูอัด และอดีต ส.ส.แจ้ ซึ่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ถูกกล่าวหา ยิ่งสะท้อนข้อบกพร่องของระบบคุ้มครองผู้เสียหาย เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายต้องรอลุ้นผลจากการลงคะแนน หากยังอาจต้องใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้ที่ลงมติสนับสนุนให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงดำรงตำแหน่งต่อไป

หากกระบวนการยังไม่มีหลักประกันในการคุ้มครองผู้เสียหาย ทั้งในด้านความปลอดภัย ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของผู้ร้องเรียน ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้ผู้เสียหายจำนวนมากกล้าออกมาเปิดเผยความจริง เพราะการเปิดเผยอาจหมายถึงการต้องเผชิญแรงกดดันและความอับอายจากคนในองค์กรเสียมากกว่าการได้รับความคุ้มครอง