ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อาโตส ซาโลเม นักพยากรณ์ชาวบราซิลที่ได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสยุคใหม่” อ้างว่าคำทำนายปี 2026 ของเขาได้เกิดขึ้นจริงแล้ว 2 เรื่อง และเตือนว่าคำทำนายที่สามกำลังเริ่มปรากฏขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบขั้นรุนแรงไปทั่วโลก
ซาโลเม่ ซึ่งเคยอ้างผลงานการทำนายตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปจนถึงการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้เปิดเผยคำทำนาย 10 ประการสำหรับปี 2026 ไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยหนึ่งในนั้นเกี่ยวกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นระหว่างอิหร่านและอิสราเอล โดยเขาได้ทำนายไว้ว่า “ความตึงเครียดในตะวันออกกลางคาดว่าจะก้าวไปสู่จุดวิกฤตขั้นสุด”
แม้ฟังดูเหมือนเป็นคำทำนายกว้างๆ แต่ซาโลเมระบุว่าเขามองเห็นความระส่ำระสายเกี่ยวกับการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมของอิหร่าน โดยอ้างว่าผลกระทบจะ “จุดชนวนช่วงเวลาแห่งความไม่สงบอย่างลึกซึ้งครั้งใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2026”
สถานการณ์ตึงเครียดไม่ได้หยุดอยู่แค่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเท่านั้น โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องให้ประเทศในตะวันออกกลางตกลงหยุดยิง พร้อมเตือนว่าจะต้อง “จ่ายค่าตอบแทนราคาแพง” หากมีการโจมตีใดๆ เกิดขึ้น
สำนักข่าวเอ็นพีอาร์รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านเปิดฉาก “การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว” โดยใช้ขีปนาวุธนำวิถีถล่มฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน ส่งผลให้สหรัฐยิงตอบโต้

อย่างไรก็ตาม คำทำนายของซาโลเมไม่ได้มีแต่เรื่องร้ายๆ โดยหมอดูชาวบราซิลรายนี้เคยทำนายไว้ล่วงหน้าว่า แชมป์บอลโลกจะสวมเสื้อที่มี “สีแห่งไฟ” ก่อนที่ทีมชาติสเปนจะเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินาด้วยคะแนน 1-0 ในศึกฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ
“ขณะที่นักพยากรณ์และกูรูหลายคนทั่วโลกต่างฟันธงว่าโปรตุเกสหรือชาติอื่นจะได้ชูถ้วยรางวัล แต่ผมระบุไปแล้วว่า ทีมใดที่จะเข้ารอบชิงชนะเลิศและย้ำอย่างต่อเนื่องว่า สเปนมีโอกาสเป็นแชมป์มากที่สุด” เขากล่าว
ลางสังหรณ์ของซาโลเมยังชี้ไปถึงสถานการณ์อันตรายที่มีรัสเซียเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเขาอ้างว่ารัสเซียกำลังเคลื่อนย้ายระบบขีปนาวุธไปยังพื้นที่ยุทธศาสตร์ในแถบอาร์กติก
“สิ่งนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเผชิญหน้าโดยตรงกับนาโตในช่วงที่น้ำแข็งละลายในปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เส้นทางการขนส่งสินค้าและแหล่งพลังงานใหม่ๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ” เขาเผยคำเตือน
ในบทความล่าสุดของสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศ คาร์ล พาร์คิน ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงนิวเคลียร์ ได้เตือนว่าธารน้ำแข็งทะเลที่ละลายได้เปิดทางให้รัสเซียเข้ามาฉวย “ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของแถบอาร์กติกและเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค”
อย่างไรก็ตาม เขาโต้แย้งว่าการลดลงของน้ำแข็งอาร์กติก “อาจไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อรัสเซียไปเสียทั้งหมด”
“เมื่อน้ำแข็งละลาย อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียก็ยิ่งเปราะบางมากขึ้น ชาติพันธมิตรต้องรับมืออย่างระมัดระวังระหว่างการหาประโยชน์จากจุดอ่อนนี้กับการหลีกเลี่ยงไม่ให้รัสเซียตอบโต้อย่างรุนแรงเกินไป” พาร์คิน นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการความเสี่ยงระดับโลก มหาวิทยาลัยชิคาโก เขียนไว้
ซาโลเมยังระบุอีกว่าภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกา เป็นอีกจุดเสี่ยง โดยเตือนว่ากลุ่มหัวรุนแรงในประเทศไนเจอร์อาจทำสงครามกับฝ่ายตรงข้ามหลังจากกองกำลังตะวันตกถอนกำลังออกไป
สำหรับคำทำนายอื่นๆ ของโหรรายนี้ ครอบคลุมตั้งแต่ภาวะคุมเชิงกันระหว่างรัสเซียและยูเครน ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นระหว่างไต้หวันและจีน แต่ยังไม่ถึงขั้นบุกรุกแดน ไปจนถึงการระบาดของไข้หวัดนก ไข้เลือดออก และฝีดาษวานรในระบบสาธารณสุข
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : IG / athos_salome



