วันนี้ (28 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีศาลประชาชนเขตปู่ตง เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ออกคำสั่งคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลเพื่อจำกัดพฤติกรรมของชายคนหนึ่ง หลังจากเขาพยายามนำเรื่องทะเลาะวิวาทกับภรรยาไปโพสต์ลงในกลุ่มแชตโรงเรียนของลูกชายซ้ำๆ โดยศาลชี้ขาดว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
การตัดสินครั้งนี้เพิ่งได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะและกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ของจีน
คดีดังกล่าวเกี่ยวกับชายชาวเซี่ยงไฮ้แซ่หลินซึ่งแยกกันอยู่กับภรรยานานแล้ว โดยลูกชายอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่และรับรู้ความขัดแย้งของผู้ปกครองทั้งสองมาโดยตลอด
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา หลิน เริ่มส่งข้อความที่ใช้ภาษาแสดงความรุนแรงทางอารมณ์และส่อความหมายในเชิงเสื่อมเสีย สื่อสารลงในกลุ่มแชตห้องเรียนของลูก กลุ่มแชตของผู้ปกครอง และกลุ่มแชตของเพื่อนบ้านหลายครั้ง
ในข้อความเหล่านั้น เขาได้กล่าวหาภรรยาและพ่อตาแม่ยายว่าเป็นผู้ทำลายครอบครัวและกีดกันลูกชายไม่ให้เจอเขา เมื่อข้อความเหล่านี้แพร่ออกไปก็ทำให้ลูกชายของเขารู้สึกอับอายต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น ครู และเพื่อนบ้าน
ในที่สุด ลูกชายของเขาจึงตัดสินใจร้องขอคำสั่งศาลเพื่อห้ามไม่ให้ผู้เป็นพ่อโพสต์ข้อความใส่ร้าย คุกคาม หรือสะกดรอยตามเขาและคนใกล้ชิดอีกต่อไป
ด้านนายหลิน ผู้เป็นพ่อ ได้แสดงความโกรธเคืองต่อภรรยาที่ไม่ยอมให้ตนเข้าพบลูก อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่าพฤติกรรมของเขานั้นเกินขอบเขตของการแสดงออกถึงปัญหาครอบครัวทั่วไป การนำเรื่องส่วนตัวไปโพสต์ในกลุ่มแชตของลูกซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะทางไซเบอร์ ถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกชาย
คำตัดสินของศาลระบุว่า การกระทำของผู้เป็นพ่อส่งผลกระทบและสร้างบาดแผลทางจิตใจแก่คนในครอบครัว ซึ่งจัดเป็นความรุนแรงในครอบครัวอย่างหนึ่ง ส่งผลให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองความปลอดภัย ห้ามนายหลินคุกคามลูกชายและญาติใกล้ชิดผ่านการใช้โทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือโพสต์ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ศาลยังคงคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายของผู้เป็นพ่อในการเข้าเยี่ยมและดูแลลูกชาย โดยปฏิเสธคำร้องของลูกชายที่ขอให้สั่งห้ามการติดต่อโดยสิ้นเชิง
ตามกฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวของจีนที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 ระบุว่าเหยื่อความรุนแรงสามารถขอคำสั่งคุ้มครอง ซึ่งมีผลบังคับใช้ไม่เกิน 6 เดือน และสามารถขอต่ออายุ แก้ไข หรือยกเลิกได้
คดีในเซี่ยงไฮ้นี้จุดประกายการถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยชาวจีนจำนวนมากต่างชื่นชมศาลที่ยอมรับว่าการโพสต์ข้อความประจานผ่านช่องทางออนไลน์ถือเป็นการทำร้ายจิตใจรูปแบบหนึ่ง
ชาวเน็ตคนหนึ่งแสดงความเห็นว่า “พ่อแม่ไม่ควรดึงความขัดแย้งของตัวเองเข้ามาในกลุ่มแชตของลูก โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ยกเว้นกฎหมาย หวังว่าพ่อแม่ทุกคนจะให้ความสำคัญกับการพูดคุยมากกว่าการปะทะ เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตอย่างสงบสุข”
ขณะที่อีกคนหนึ่งระบุว่า “เด็กไม่ควรถูกใช้เป็นอาวุธของพ่อแม่ และผลกระทบจากการทำร้ายทางอารมณ์ก็ไม่ควรมองข้าม ต้องขอบคุณการตัดสินของศาลจริงๆ” และอีกความคิดเห็นหนึ่งเสริมว่า “การทำร้ายจิตใจส่งผลให้เกิดบาดแผลที่ลึกยิ่งกว่าความรุนแรงทางร่างกายเสียอีก”
แม้กฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวจะยอมรับว่าการทำร้ายทางจิตใจ รวมถึงการใช้วาจาในเชิงประทุษร้าย เป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายย้ำว่า ลักษณะที่แอบแฝงของการทำร้ายทางจิตใจทำให้การรวบรวมหลักฐานและระบุความผิดทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องมีการตีความทางกฎหมายและใช้นิยามจากคดีตัวอย่างเหล่านี้เข้ามาช่วยเสริมในการดำเนินกระบวนการยุติธรรม
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Bryan Santos from Pixabay



