กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองในวงการสาธารณสุข เมื่อแฟนเพจชื่อดัง Drama-addict ได้เผยแพร่ข้อความร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แห่งหนึ่ง ซึ่งออกมาเปิดเผยถึงภาระงานและระบบการประเมินผลที่กำลังสร้างปัญหาให้กับคนทำงานในพื้นที่อยู่ในขณะนี้
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า ปัญหาสำคัญที่ รพ.สต. หลายแห่งกำลังเผชิญ โดยเฉพาะ รพ.สต. ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรไม่เพียงพอ คือเรื่อง “เกณฑ์เป้าหมายการตรวจคัดกรองและควบคุมโรค” ของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดคำนวณเป็นร้อยละ (%) จากจำนวนประชากรทั้งหมดในเขตรับผิดชอบ ไม่ใช่การคิดจากจำนวนประชาชนที่เข้ามารับบริการจริง
ส่งผลให้หลายพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการตรวจคัดกรองได้ครอบคลุมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อ ตัวชี้วัด (KPI) จนนำไปสู่การถูกกดดันด้วยการลดงบประมาณที่จัดสรรลงมา เนื่องจากระบบการจัดสรรงบประมาณอิงจากเปอร์เซ็นต์ผลงานที่ทำได้มากกว่าจำนวนเคสจริง ทำให้ รพ.สต. บางแห่งตกอยู่ในภาวะจำเป็นต้อง “จัดทำข้อมูลตัวเลขขึ้นมาเอง” เพื่อรักษาตัวเลขผลงานไว้ให้คงได้รับงบประมาณเพียงพอสำหรับการดูแลประชาชนในพื้นที่ต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่ประชาชนบางรายย้ายที่อยู่ไปแล้ว แต่ยังมีประวัติการตรวจคัดกรองโผล่ในพื้นที่เดิมว่า เกิดจากปัญหาของ “ระบบฐานข้อมูล” ที่ยังคงแสดงสิทธิของบุคคลนั้นในเขตรับผิดชอบเดิม เนื่องจากขั้นตอนการอัปเดตข้อมูลยังต้องทำด้วยระบบ Manual (คีย์ข้อมูลด้วยมือ) อีกทั้งข้อมูลของ รพ.สต. แต่ละแห่งถูกจัดเก็บแยกจากกันก่อนจะส่งเข้าสู่ระบบส่วนกลาง ทำให้ทาง รพ.สต. ในพื้นที่เองไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของข้อมูลได้ทั้งหมด 100%
ทั้งนี้ การออกมาแฉข้อมูลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงรอยรั่วและข้อจำกัดของระบบตัวชี้วัดในภาครัฐ ที่อาจกำลังกดดันให้บุคลากรด่านหน้าต้องแบกรับภาระงานเอกสารเกินจริง จนนำไปสู่การตกแต่งข้อมูลเพื่อความอยู่รอดของหน่วยงาน ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขเชิงโครงสร้างต่อไป



