เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการหัวใจขาดเลือด ระบุว่า ไม่เจ็บหน้าอก ก็หัวใจขาดเลือดได้! สัญญาณแบบนี้ยิ่งต้องระวัง!…
ทุกวันนี้เราเห็นคนอายุยังไม่มากเจอปัญหาโรคหัวใจกันมากขึ้นครับ บางคนยังทำงาน ยังพาลูกไปกินข้าว ยังคุยเรื่องแผนเดือนหน้า ยังคิดว่าตัวเอง “ไม่น่าจะเป็นอะไร”
แล้ววันหนึ่งกลับมีอาการเหนื่อยผิดปกติ จุกแน่น คลื่นไส้ หรือหน้ามืดขึ้นมา แต่เพราะไม่เจ็บหน้าอกแบบในละคร ก็เลยคิดว่า “คงไม่ใช่หัวใจ”
ตรงนี้แหละครับที่น่ากลัว เพราะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไม่ได้ต้องมาเป็นอาการเจ็บหน้าอกแบบบีบรัดทุกคน โดยเฉพาะในผู้หญิง ผู้สูงอายุ และคนที่มีเบาหวาน บางคนอาการจะมาแบบเงียบ ๆ หรือมาในรูปของอาการที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับหัวใจเลย…
ข่าวดี คือ ถ้าเรารู้ว่าสัญญาณแบบไหนควรสงสัย เรามีโอกาสไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น และยิ่งรักษาเร็ว กล้ามเนื้อหัวใจก็ยิ่งมีโอกาสเสียหายน้อยลงครับ
ถ้าไม่อยากพลาดสัญญาณหัวใจขาดเลือดตั้งแต่ตอนนี้ ลองเช็กอาการพวกนี้ไว้ครับ
1.เหนื่อยง่ายผิดปกติ ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้สบาย เมื่อก่อนเดินขึ้นบันได 2 ชั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวนี้ขึ้นครึ่งชั้นแล้วต้องหยุด หรือเดินระยะเดิม แต่รู้สึกหอบ เหนื่อย หรือเหมือนแรงหายเร็วผิดปกติ อาการแบบนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุครับ ทั้งโลหิตจาง ปอด กล้ามเนื้อ หรือหัวใจ
แต่ถ้าเป็นอาการใหม่ โดยเฉพาะเกิดเวลาออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก ผมอยากให้ระวังเรื่องหัวใจขาดเลือดไว้ด้วย เพราะตอนออกแรง หัวใจต้องการเลือดและออกซิเจนมากขึ้น ถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดอาจไปเลี้ยงไม่พอครับ
2.แน่น จุก แสบ หรือหนักกลางอก แต่ไม่ได้ “เจ็บ” นี่เป็นจุดที่หลายคนพลาดครับ บางคนไม่ใช้คำว่าเจ็บเลย แต่จะบอกว่าเหมือนมีของหนักทับ แน่น ๆ จุกลิ้นปี่ แสบกลางอก หรือเหมือนหายใจเข้าไม่เต็ม บางครั้งถูกคิดว่าเป็นกรดไหลย้อนหรืออาหารไม่ย่อย
ถ้าอาการเกิดตอนเดินเร็ว ขึ้นบันได ออกแรง หรือเครียด แล้วดีขึ้นเมื่อพัก ต้องระวังครับ หัวใจขาดเลือดไม่จำเป็นต้องเจ็บจนเอามือกุมอกแล้วล้มลงเหมือนในละครเสมอไป
3.ปวดร้าวไปแขน กราม หลัง ไหล่ หรือคอ บางคนอาการหลักไม่ได้อยู่ที่หน้าอกครับ อาจปวดหรือหนักที่แขนซ้าย แขนทั้งสองข้าง ไหล่ กราม คอ หรือหลังส่วนบน โดยเฉพาะถ้าเกิดร่วมกับเหงื่อแตก เหนื่อย หรือคลื่นไส้ อาการแบบนี้เกิดจากเส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากหัวใจมีทางเชื่อมกับบริเวณอื่น ทำให้สมองตีความตำแหน่งความเจ็บคลาดเคลื่อนได้ครับ
4.คลื่นไส้ จุกลิ้นปี่ เหงื่อแตก ทั้งที่ไม่ได้กินอะไรผิด อันนี้เจอได้ครับ โดยเฉพาะในผู้หญิงและผู้สูงอายุ
อยู่ดี ๆ คลื่นไส้ จุกแน่นลิ้นปี่ เหงื่อเย็นออก หน้าซีด รู้สึกเหมือนจะเป็นลม หลายคนคิดว่าอาหารไม่ย่อยหรือกระเพาะ แต่ถ้ามาแบบเฉียบพลัน โดยเฉพาะร่วมกับแน่นอก เหนื่อย หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ผมอยากให้คิดถึงหัวใจไว้ด้วยครับ
5.หน้ามืด ใจสั่น หรือเหมือนจะเป็นลม หัวใจขาดเลือดบางครั้งกระทบระบบไฟฟ้าหัวใจครับ จึงอาจมี
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืด วูบ หรือหมดสติ โดยเฉพาะถ้าเกิดขณะออกแรง ผมไม่อยากให้รอดูเองครับ เพราะนอกจากหลอดเลือดหัวใจตีบแล้ว ยังต้องแยกโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือโครงสร้างหัวใจผิดปกติด้วย
6.เหงื่อเย็นออกแบบไม่มีเหตุผล ไม่ได้ร้อน ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่เหงื่อออกชุ่ม ตัวเย็น ใจไม่ดี
ถ้ามาพร้อมกับแน่นอก เหนื่อย คลื่นไส้ หรือหน้ามืด อันนี้เป็นสัญญาณที่ต้องให้ความสำคัญครับ
เวลาหัวใจขาดเลือด ระบบประสาทอัตโนมัติสามารถถูกกระตุ้นอย่างมาก จึงเกิดเหงื่อเย็นได้
7.“ไม่มีอาการเลย” ก็มีได้ โดยเฉพาะคนเบาหวาน นี่คือสิ่งที่ผมห่วงที่สุดครับ บางคนมีภาวะที่เรียกว่า Silent Ischemia คือหัวใจขาดเลือดแต่แทบไม่มีอาการเจ็บหน้าอก พบได้มากขึ้นในคนที่เป็นเบาหวานมานาน เพราะเส้นประสาทรับความรู้สึกอาจทำงานลดลงจาก diabetic neuropathy
บางคนมารู้ตอนตรวจหัวใจ หรือรู้หลังเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายไปแล้วบางส่วน
เพราะฉะนั้นคนที่มีเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง สูบบุหรี่ โรคไต หรือประวัติครอบครัวโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย ต่อให้ไม่เคยเจ็บหน้าอก ก็ไม่ควรมองว่าตัวเอง “ไม่มีความเสี่ยง” ครับ
แล้วใครควรระวังมากขึ้น?
สูบบุหรี่หรือเคยสูบหนัก
เบาหวานหรือ HbA1c สูง
ความดันสูง
LDL หรือ ApoB สูง
ไตรกลีเซอไรด์สูง HDL ต่ำ
โรคไตเรื้อรัง
อ้วนลงพุง
ค่า Lp(a) สูง
มีพ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
ไม่ค่อยออกกำลังกายและนอนน้อยเรื้อรัง
ยิ่งมีหลายข้อรวมกัน ความเสี่ยงยิ่งไม่ได้ขึ้นแบบบวกทีละนิดครับ แต่มันซ้อนกันมากขึ้น
ถ้าไม่อยากเสี่ยงหัวใจขาดเลือดเร็วเกินไป เริ่มจากอะไร?
คุมความดัน น้ำตาล และไขมันให้ถึงเป้าตามความเสี่ยงของตัวเอง
งดบุหรี่ เพราะเป็นตัวเร่งหลอดเลือดเสียที่ชัดมาก
ลดพุงและไขมันช่องท้อง ถ้ามีน้ำหนักเกิน
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีทั้งคาร์ดิโอและฝึกกล้ามเนื้อ
กินปลา ผัก ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และลดอาหารแปรรูปหนัก
นอนให้พอ และตรวจเรื่อง Sleep Apnea ถ้ากรนดังหรือสะดุ้งหายใจ
ถ้ามีประวัติครอบครัวโรคหัวใจเร็ว อย่ารอให้มีอาการก่อนค่อยตรวจครับ
และถ้ามีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยเฉียบพลัน เหงื่อเย็น คลื่นไส้ หน้ามืด หรือปวดร้าวไปกราม แขน หรือหลัง โดยเฉพาะอาการนานเกินไม่กี่นาทีหรือเป็นซ้ำ ๆ อย่าขับรถไปโรงพยาบาลเองถ้าอาการหนักครับ ให้เรียกฉุกเฉิน เพราะเวลาคือกล้ามเนื้อหัวใจ
หัวใจขาดเลือดไม่ได้มีบทเดียวว่า “ต้องเจ็บหน้าอกแล้วล้มลง” ครับ บางคนมาแค่เหนื่อย จุกลิ้นปี่ คลื่นไส้ เหงื่อแตก หน้ามืด หรือแทบไม่มีอาการเลย แต่ถ้าเราเข้าใจสัญญาณเหล่านี้ เรามีโอกาสจับความผิดปกติได้เร็วขึ้น และบางครั้งแค่เร็วขึ้นไม่กี่สิบนาที ก็เปลี่ยนผลลัพธ์ของชีวิตได้ครับ



