นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ว่า มั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถดำเนินการได้ทันช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในปีนี้แน่นอน

หลังได้รับสัญญาณที่ดีจากกระทรวงการคลังที่จะสามารถในการใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ในส่วนแรกที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ ที่จะสนับสนุนให้ได้ เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินงานโดยไม่ต้องรอกระบวนการงบประมาณปกติ

ซึ่งเบื้องต้นมีการเสนอวงเงินไว้ที่ 1,750 ล้านบาท แต่หากเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงบวกและสามารถช่วยผู้ประกอบการรายเล็กได้มาก วงเงินอาจขยับขึ้นไปได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท

เพิ่มวงเงินคูปอง ขยาย “กิน-ช้อป”

กระทรวงการคลังยังมีความกังวลเรื่องของการปรับราคาหรืออัพราคาห้องพักโดยไม่มีเหตุผล รวมถึงเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการรายเล็ก ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่มีแต่รายใหญ่เท่านั้น

เพราะในรอบนี้จะขยายวงเงินในคูปองเพิ่มเป็น 1,000 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ 500 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสินค้าและบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว นอกจากร้านอาหาร เช่น นวด สปา ของที่ระลึก เป็นต้น เพื่อให้เงินกระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

นายสุรศักดิ์ ระบุว่า ตรงนี้จะมีการหารือร่วมกับภาคเอกชนและคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 เริ่มวันไหน?

สำหรับโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ยังยึดหลักการสนับสนุนแบบคนละครึ่งหรือ 50/50 คือรัฐบาลช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ 50% และประชาชนจ่ายเอง 50% โดยยืนยันว่าจะต้องหามาตรการป้องกันที่รัดกุม และให้ความเป็นธรรมให้มากที่สุด ขณะที่ระบบการใช้งานจะกลับไปใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังเนื่องจากมีความเสถียรและประชาชนมีความคุ้นเคย โดยจะมีการเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการใหม่ทั้งหมด 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ในเฟสแรกจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-4 เดือน และจะช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศได้สูงถึง 26,000 ล้านบาท หากประสบความสำเร็จก็พร้อมพิจารณาขยายโครงการต่อเนื่อง ตั้งเป้าเริ่มเปิดระบบให้ใช้งานได้เร็วที่สุดภายในเดือนก.ย.นี้ โดยทั้งหมดต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ก่อน