เปิดสถิติ งบรักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัวทะลักเกินกรอบงบประมาณต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สรุปยอด 5 ปี รัฐต้องแบกภาระดึงงบกลางและเงินคงคลังมาสำรองจ่ายชดเชยรวมสูงถึง 6.8 หมื่นล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถิติการขอรับจัดสรรงบประมาณและผลการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและบุคคลในครอบครัว โดยกรมบัญชีกลางพบแนวโน้มรายจ่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยนับตั้งแต่ปีงบประมาณ2565 จนถึงปัจจุบัน ยอดการเบิกจ่ายจริงได้พุ่งสูงเกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ติดต่อกันถึง 5 ปี จนกลายเป็นภาระทางการคลังอย่างหนัก ส่งผลให้กระทรวงการคลังต้องขออนุมัติใช้วงเงินจาก “งบกลาง” และหากงบกลางไม่เพียงพอ ก็ต้องดึง “เงินคงคลัง”มาจ่ายชดเชยแทน
สถิติการเบิกจ่ายเกินงบประมาณในรอบ 5 ปี (ปี 2565 – 2569) มีดังนี้:
- ปีงบประมาณ 2565: ตั้งไว้ 83,050 ล้านบาท | เบิกจ่ายจริง 90,699 ล้านบาท(เกินงบ 7,649 ล้านบาท)
- ปีงบประมาณ 2566: ตั้งไว้ 76,000 ล้านบาท | เบิกจ่ายจริง 96,507 ล้านบาท(เกินงบ 20,507 ล้านบาท)
- ปีงบประมาณ 2567: ตั้งไว้ 79,565 ล้านบาท | เบิกจ่ายจริงทะลุแสนล้านครั้งแรกที่ 106,557 ล้านบาท (เกินงบ 26,992 ล้านบาท)
- ปีงบประมาณ 2568: ตั้งไว้ 93,800 ล้านบาท | เบิกจ่ายจริง 106,740 ล้านบาท(เกินงบ 12,940 ล้านบาท)
- ปีงบประมาณ 2569: ตั้งไว้ 94,200 ล้านบาท | ล่าสุดเพียง 9 เดือนแรก เบิกจ่ายไปแล้ว 94,273 ล้านบาท (ทะลุงบทั้งปีเรียบร้อยแล้ว)
จากการประเมินคาดว่า เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 ยอดเบิกจ่ายรวมจะพุ่งเกิน 1 แสนล้านบาท และทำลายสถิติเบิกจ่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างแน่นอน โดยเมื่อรวมยอดสะสมตลอด 5 ปี รัฐบาลต้องนำงบกลางและเงินคงคลังมาสำรองจ่ายชดเชยภาระสวัสดิการนี้ไปแล้วรวมกว่า 68,000 ล้านบาท ซึ่งสวนทางกับในอดีตที่การเบิกจ่ายจะต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับงบประมาณที่ตั้งไว้มาโดยตลอด
เปิด 3 ปัจจัยหลัก ทำงบพยาบาลบานปลาย:
- โครงสร้างประชากรผู้มีสิทธิ: ปัจจุบันระบบสวัสดิการข้าราชการมีผู้มีสิทธิสูงถึง4.89 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ” ทำให้มีอัตราป่วยด้วยโรคเรื้อรังสูงขึ้น ต้องเข้ารับการรักษาถี่ขึ้นและใช้ระยะเวลารักษานานขึ้น
- เงินเฟ้อทางการแพทย์และเวชภัณฑ์นำเข้า: ค่ารักษาพยาบาลและค่ายาปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการพึ่งพาการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนการรักษาต่อครั้งเพิ่มขึ้นอย่างมาก
- ความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยี: มีการนำนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้ในการดูแลและยื้อชีวิตผู้ป่วย ซึ่งมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย
สถานการณ์ดังกล่าว กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของกระทรวงการคลังและรัฐบาล ในการเร่งหามาตรการควบคุมและบริหารจัดการงบประมาณสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการให้มีความยั่งยืน ก่อนที่จะกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว



