สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่านายทาราส วีซอตสกี รมว.เกษตรยูเครน กล่าวว่า การโจมตีเรือพลเรือนที่ติดธงต่างประเทศในเมืองท่าทางตอนใต้ของแคว้นโอเดสซา ที่อยู่ทางตะวันตก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกธัญพืชส่วนใหญ่ของยูเครน กำลังส่งผลกระทบต่อการส่งออกธัญพืชและพืชน้ำมันราวครึ่งหนึ่ง ของปริมาณที่ยูเครนคาดว่าจะผลิตได้ในปีนี้


ยูเครนจึงหันไปใช้เส้นทางส่งออกธัญพืชทางเลือก หลังรัสเซียเพิ่มการโจมตีท่าเรือในทะเลดำ อย่างไรก็ตาม เส้นทางเหล่านี้จะสามารถรองรับปริมาณการขนส่งได้เต็มที่เร็วที่สุดในช่วงสิ้นเดือน ส.ค. และรองรับได้เพียงครึ่งหนึ่งของศักยภาพท่าเรือทะเลดำ เป็นสัญญาณเตือนว่า ผลผลิตมากกว่า 30 ล้านตันอาจไม่สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้ หากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไข


สำหรับเส้นทางทางเลือก ยูเครนพึ่งพาการขนส่งผ่านแม่น้ำดานูบ ทางรถไฟ และทางถนน โดยทางรถไฟเป็นช่องทางหลัก แต่ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากภัยแล้ง ทำให้ยังไม่สามารถมีบทบาทสำคัญได้จนถึงเดือน ต.ค.นี้


ขณะที่กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานยูเครนระบุว่า เฉพาะเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดการโจมตีเรือที่จอดอยู่ตามท่าเรือของยูเครนแล้ว 35 ครั้ง และเรือที่อยู่ในทะเลอีกอย่างน้อย 22 ครั้ง รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรืออีก 67 ครั้ง เทียบกับการโจมตีเรือตลอดปี 2568 ซึ่งมีสถิติเพียง 14 ครั้ง


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าของเรือระงับการเดินเรือเข้าสู่ท่าเรือรอบภูมิภาคโอเดสซา และแทบไม่มีเรือเข้าเทียบท่าเป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ในช่วงที่ยูเครนกำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูร้อน


วีซอตสกีย้ำว่า ไม่มีเส้นทางใดสามารถทดแทนท่าเรือโอเดสซาได้ หากยูเครนยังต้องทำหน้าที่เป็นหลักประกันด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก พร้อมเตือนว่า การหยุดชะงักของการส่งออกอาจทำให้ราคาอาหารทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และอาหารอาจแพงจนประชาชนยากจนไม่สามารถเข้าถึงได้


ด้านรัสเซียระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปยังสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ แต่ในเวลาเดียวกัน รัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็รายงานว่า พื้นที่ส่งออกสินค้าเกษตรและเรือพาณิชย์ในทะเลดำถูกโจมตีเช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS