สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างคนกลางกับกลุ่มฮามาส ที่กรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ นำไปสู่การบรรลุ “ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์” ว่าด้วยการปลดอาวุธฮามาสทั้งหมดเป็นขั้นตอน เพื่อปูทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลปาเลสไตน์ชุดใหม่ในการบริหารฉนวนกาซา และรับประกันความมั่นคงให้แก่อิสราเอล


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระบุว่า แม้การหารือมีความคืบหน้า แต่ยังไม่แน่ชัดว่าข้อตกลงจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ เนื่องจากอิสราเอลยังไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอ โดยยืนกรานให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธทั้งหมด ถอนกำลังพลและอาวุธออกจากฉนวนกาซา และฉนวนกาซาต้องเป็นพื้นที่ปลอดกำลังทหาร ก่อนเริ่มกระบวนการใดก็ตาม


ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ว่า ตอบรับข้อเสนอในเชิงบวก แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะยอมปลดอาวุธทั้งหมด ซึ่งเป็นประเด็นขัดแย้งสำคัญตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวซึ่งใกล้ชิดกับกลุ่มฮามาสเปิดเผยว่า กลุ่มฮามาสพร้อมนำอาวุธหนักไปเก็บไว้ ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกลางในปาเลสไตน์ แต่ไม่มีทางส่งมอบให้กับอิสราเอลอย่างเด็ดขาด


ขณะเดียวกัน แผนที่อยู่ระหว่างการหารือกำหนดให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จัดตั้งฝ่ายบริหารพลเรือนในปาเลสไตน์ อิสราเอลต้องถอนทหารออกจากฉนวนกาซา ส่งกองกำลังนานาชาติเข้ารักษาความมั่นคง และทยอยโอนอำนาจให้คณะกรรมการบริหารฉนวนกาซา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ภายใต้หลักการ “หนึ่งอำนาจ หนึ่งกฎหมาย หนึ่งอาวุธ” ของคณะกรรมการสันติภาพ ที่รัฐบาลทรัมป์เป็นแกนนำ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS