สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่ากองทัพยูเครนออกแถลงการณ์ ว่ารัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธมากกว่า 70 ลูก และโดรนราว 280 ลำ ตลอดคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยกรุงเคียฟและเมืองลวีฟ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ เป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี


ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า ความล่าช้าในการส่งมอบขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศจากพันธมิตร กำลังทำให้ชาวยูเครนต้องสูญเสียชีวิต พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรตะวันตกเร่งสนับสนุนอาวุธ โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต ซึ่งเป็นระบบเดียวของยูเครนที่สามารถสกัดขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซียได้ แต่ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ


ด้านกองทัพอากาศยูเครนระบุว่า สามารถยิงสกัดขีปนาวุธได้ 55 ลูก และโดรน 265 ลำ ในการโจมตีครั้งนี้ แต่สกัดขีปนาวุธทิ้งตัวได้เพียง 1 ลูก จากทั้งหมด 9 ลูก ทำให้มีขีปนาวุธและโดรนบางส่วนพุ่งโจมตีเป้าหมายใน 20 พื้นที่


ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า โจมตีเป้าหมายทางทหารหลายแห่งทั่วยูเครน รวมถึงเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ ในเวลาเดียวกัน กองทัพโปแลนด์ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นลาดตระเวน หลังพบว่าขีปนาวุธร่อนของรัสเซียอาจตกในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ


ขณะเดียวกัน รัสเซียรายงานว่า สามารถยิงสกัดโดรนยูเครนได้ 258 ลำ และเกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าของบริษัทค้าปลีกออนไลน์ไวลด์เบอร์รีส์ ในเมืองเพนซาและสาธารณรัฐอุดมูร์เตีย ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ หลังถูกโดรนโจมตี โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และมีการอพยพประชาชนราว 200 คน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS