เรื่องการเลือก สว. มีโกงหรือไม่ อย่างไร ก็ยังมีเปิดหลักฐานเรื่อยๆ คาดว่าทำไปจนกว่าวันที่ กกต.มีมติส่งศาลฎีกา ว่า ให้เอาผิดใครบ้าง ซึ่งเรื่องนี้หวังผลไปถึงการทำให้รัฐบาลภูมิใจไทยหมดความชอบธรรมได้
นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ข่าวใหญ่! มือดีแฮกกล้อง CCTV ของ กกต. เปิดหีบเลือก สว. ทุกใบได้แล้ว รอ AI วิเคราะห์ว่าเป็นลายมือของใคร” พร้อมโพสต์ภาพการเปิดบัตรเลือก สว.หลายสิบภาพ โดย “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แชร์โพสต์เฟซบุ๊กของ นายลอย ชุนพงษ์ทอง ว่า “กล้องวงจรปิดเหล่านี้อยู่ในมือ กกต. มาตั้งแต่ต้น เพราะตามระเบียบของ กกต. เอง กำหนดให้ กกต. มีหน้าที่ตั้งกล้องถ่ายการนับคะแนนของทุกกลุ่มไว้ครับ ถ้าใครจะเอามาปล่อยก็คงเป็นคนข้างในเอง”

ถ้าภาพเหล่านี้จะมีความหมายพิสูจน์อะไรได้บ้าง ก็คือ แสดงให้เห็นว่ามีบัตรกี่ใบที่กาหมายเลขเหมือนกัน เรียงลำดับเหมือนกัน มีผู้สมัครกี่คนที่ใจมันช่างบังเอิญมาตรงกันเป๊ะๆๆๆ แบบไม่สามารถจะบังเอิญได้
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ย้ำว่า การจะเลือกให้ตรงกัน 10 ลำดับเป๊ะ มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในหลายพันล้าน แต่กลับพบว่ามีผู้สมัครประมาณ 60-70 คน ที่เลือกเลขตรงกันและเรียงลำดับเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างรุนแรง ขอถามกลับไปยังนายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ว่า หากไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับ สว.สีน้ำเงิน จะออกมาเดือดร้อนทำไม
“ดิฉันเริ่มเห็นแล้วว่า การออกมาทำเหมือนหมาหางด้วน ที่พยายามจะบอกว่าถ้าฉันชั่ว คนอื่นก็ชั่วเหมือนกัน ทำชั่วทั่วมุมแบบที่ฉันทำ ซึ่งดิฉันคิดว่าประชาชนเขามีตา และเห็นอยู่ว่าหลักฐานการฮั้วมันชัดเจนขนาดไหน เรื่องการจัดประชุมผู้สมัคร สว.ประชาชน 300 คนที่เมืองทองธานี สื่อมวลชนรายงานข่าวทุกสื่อ และเจ้าหน้าที่ กกต. ก็ไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ ไม่มีอะไรที่หลบๆ ซ่อนๆ จุดเริ่มต้นเกิดจากการรวมตัวผ่านเว็บไซต์ Senate67 ของกลุ่มไอลอว์ (iLaw) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครเข้ามาแนะนำตัวและแสดงแนวคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะ กกต. ไม่ได้จัดทำระบบแนะนำตัวกลางให้

ผู้สมัครที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกันเรื่องอยากแก้รัฐธรรมนูญจึงมาเจอกันในชุมชนเสมือนแห่งนี้ และนัดหมายมาแนะนำตัวกันอย่างเปิดเผย สมัคร สว. ต้องจ่ายค่าสมัคร 2,500 บาท ก็จ่ายด้วยเงินตัวเอง ค่าเช่าห้องประชุมเราก็รวมตัวลงขันช่วยกันจ่าย เราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดที่จะต้องให้ใครเอารถมารับ-ส่ง ซื้อเสื้อสีเดียวกันให้ ซื้อแฟ้มให้ หรือพาไปพักโรงแรมไหน ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาจ่ายเงินให้ อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะทำเรื่องชั่วๆ เหมือนตัวเอง”
ส่วนกรณีที่ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ตั้งข้อสังเกตเรื่องการแต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว. มาเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ช่วย สว. ว่าอาจเป็นใบเสร็จการต่างตอบแทนนั้น น.ส.นันทนา ชี้แจงว่า สิ่งที่ต้องไปตรวจสอบคือ กลุ่มคนที่นำอดีตผู้สมัครมาเป็นผู้ช่วย แล้วพอกระทรวงโอนเงินเดือนให้ 2 เดือน กลับมีการโอนเงินคืนกลับไปให้คนบางกลุ่ม ซึ่งนั่นคือกระบวนการเส้นเงินในการตอบแทนโหวตเตอร์และเป็นการโกงเลือก สว. อีกรูปแบบหนึ่ง
น.ส.นันทนา กล่าวกรณี “หมอไห่” นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขาดจากคุณสมบัติประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า มีความพยายามอ้างว่า ต้องผ่านการลงมติของวุฒิสภาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ถ้า นพ.สรณไม่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ต้น สละสิทธิเนื่องจากไม่ลาออกจากต้นสังกัดเดิม เหตุใดจึงต้องมีการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งอีก

“คาดว่า สว. เสียงส่วนใหญ่จะลงมติว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจ และส่งผลให้ประธาน กสทช. ได้ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งสังเกตได้จากท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่รอให้ สว. มีมติก่อน”
ในขณะนี้ มีกระแสการเมืองเกี่ยวกับ “ปฏิญญาโมนาโก” ที่ว่ากันว่า จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ซึ่งพรรคประชาชนเริ่มแสดงท่าทีแล้ว และจะอภิปรายเรื่องโกงเลือก สว.ด้วย โดยพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรมจะไม่ลงคะแนนไว้วางใจให้ ทำให้นายอนุทินต้องถูกโหวตไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังมีกระแสข่าวว่าได้มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทยที่ประเทศโมนาโก เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ว่า “ผมเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมือง ผมไม่ชอบเป็นอีแอบครับและไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณ ชินวัตร ถึงโมนาโก ผมคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็กการเดินทางของท่านทักษิณก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ ไม่มีปฏิญญาโมนาโก ผมใช้เวลาปิดสมัยประชุมเดินทางไปพักผ่อนกับภรรยาและลูก ๆ ซึ่งเป็นแผนการเดินทางที่วางเอาไว้ล่วงหน้ามาสักพักแล้ว โดยไม่มีการพบปะกับท่านทักษิณแต่อย่างใด”
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ หนู กล่าวถึงการตรวจสอบการฮั้ว สว. ว่า ถ้าคดีมันอยู่ในกระบวนการแล้ว โดยเฉพาะเมื่อตนเองถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตน เพราะพูดออกไปอาจจะเสียรูปคดี และไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เราเคารพกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร นอกจากนี้ นายอนุทินยังปฏิเสธข่าวความขัดแย้งกับ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาสะสมภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทำให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงตกต่ำ ยังมีการบุกรุกพื้นที่ของกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต การกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็นนอมินี ถือหุ้นหรือประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ และการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มท.1 ตัดสินใจเดินหน้ารีเซตกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ในเดือน ส.ค.
นายอนุทิน เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ประกาศไม่ต้องการให้ประชาชนเรียกกระทรวงมหาดไทยว่า กระทรวงมหาดไถ และต้องการใช้สถานะนายกฯ และรมว.มหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ภารกิจแรกในเดือน ส.ค. คือการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ ให้ข้าราชการทุกคนยึดหลักบำบัดทุกข์ บำรุงสุข รับใช้ประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมสลายระบบแบ่งสี แบ่งก๊วน และสายการเมืองในการบริหารงาน
สำหรับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในรอบนี้ จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ ความอาวุโส ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และประวัติการรับราชการที่ไม่มีความด่างพร้อย และโดยเฉพาะ ผวจ.ต้องสนับสนุนการประกอบธุรกิจ และเป็นกำลังหลักการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัด นายอนุทิน จะหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิดในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุราชการรวม 18 ราย ประกอบด้วย 1.นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน 3.นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 4.นายณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 5.นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น 7.นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผวจ.ตาก 8.นางสาวชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ 9.นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ 10.นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี

11.นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี 12.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ 13.นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผวจ.ยโสธร 14.นายก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา 15.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผวจ.สระแก้ว 16.นายนที มนตรีวัต ผวจ.อ่างทอง 17.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี และ 18.นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผวจ.อุทัยธานี
นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งฝ่ายบริหารระดับต้นว่างอีก 24 ตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 1 ตำแหน่ง และรอง ผวจ.อีก 23 ตำแหน่ง ต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ว่า นายอนุทินจะทยอยเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเข้าสู่การพิจารณาเลยหรือไม่
นายกฯ หนู บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ มีความไม่พอใจของประชาชน อย่างกรณีโกงข้อสอบราชการ จึงตั้งใจให้มีการตรวจสอบคู่ขนานกันไปหลายๆ หน่วยงาน และโยกย้ายให้ถูกต้องให้เหมาะสมกับงาน ส่วนกระแสข่าวมีปฏิญญาแดง-เขียวโมนาโกนั้น “แดงเขียวผสมไปผสมมา ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี”
ขอบคุณภาพจากรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ และ เฟซบุ๊ก ธรรมนัส พรหมเผ่า, Loy Chunpongtong



