พยาธิตัวจี๊ด ภัยอันตราย ใช้ปากหนามเกาะ ไต่กัดกินได้ถึงอวัยวะภายในร่างกายถึงดวงตา ปอด สมอง แพทย์ย้ำระวังอาหารปรุงไม่สุก – ดื่มน้ำตามคลองบึง

พูดถึงพยาธิ ชนิดหนึ่งที่น่ากลัวมากคือตัวจี๊ด ซึ่งมีข่าวว่า มันกัดกินไต่ขึ้นไปถึงสมองคนได้ พยาธิตัวจี๊ด เป็นพยาธิตัวกลมที่มีลักษณะเด่น คือ บริเวณส่วนหัวมีกะเปาะที่ประดับด้วยหนามหลายแถว กะเปาะนี้สามารถยืดหดได้ ทำให้พยาธิสามารถไชทะลุผิวหนังและเนื้อเยื่อ แล้วเคลื่อนที่ไปตามส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายของคนหรือสัตว์ได้  คนสามารถติดพยาธิตัวจี๊ดได้หลายทาง ได้แก่ รับประทานเนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่มีตัวอ่อนพยาธิปนเปื้อน โดยเฉพาะปลาน้ำจืด โดยไม่ทำให้สุกหรือปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีกุ้งไรปนเปื้อน ตัวอ่อนพยาธิจะไชทะลุผนังลำไส้ แล้วเคลื่อนตัวไปทั่วร่างกาย รวมทั้งอวัยวะภายใน เช่น ใต้ผิวหนัง เปลือกตา เยื่อหุ้มสมอง หรือแม้แต่สมอง

เมนูเสี่ยงพยาธิ อาทิ  ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ  ปลาร้า ปลาส้ม  กุ้งแช่น้ำปลา กุ้งดองซีอิ๊ว

วงจรชีวิตของพยาธิตัวจี๊ด พยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของสุนัข แมว และเสือ โดยไข่พยาธิจะถูกขับออกมากับอุจจาระลงสู่แหล่งน้ำ ก่อนฟักเป็นตัวอ่อนระยะที่ 1 เมื่อกุ้งไร (Cyclops) กินตัวอ่อนเข้าไป พยาธิจะเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ขั้นต้น จากนั้นเมื่อปลา กบ งู หรือสัตว์น้ำอื่น ๆ กินกุ้งไร พยาธิจะพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ขั้นปลาย อย่างไรก็ตามยังสำรวจไม่พบพยาธิตัวจี๊ดในกุ้งเลี้ยง  

ถ้าคนติดพยาธิตัวจี๊ด อาการที่พบได้บ่อยที่สุด คือ “บวมเคลื่อนที่” ซึ่งเกิดจากตัวอ่อนพยาธิไชอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการบวมแดงบริเวณที่พยาธิไชผ่าน เช่น ลำตัว แขน ขา ใบหน้า เปลือกตา และเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ อาการบวมมักเป็นอยู่ประมาณ 1–2 สัปดาห์ แล้วอาจยุบลงได้เอง แม้ไม่ได้รับการรักษา แต่สามารถกลับมาบวมใหม่ในตำแหน่งอื่นได้ ผู้ป่วยบางรายอาจเห็นเป็นรอยแดงคดเคี้ยวใต้ผิวหนัง หรือเกิดเป็นก้อนตามอวัยวะต่าง ๆ

นอกจากผิวหนังแล้ว พยาธิอาจไชเข้าสู่อวัยวะสำคัญ เช่น ดวงตา ปอด ช่องท้อง กระเพาะปัสสาวะ หรือสมอง ซึ่งอาการจะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ การตรวจพบตัวพยาธิ  ส่วนใหญ่เป็นตัวอ่อนระยะที่ 3 ขั้นปลาย มีความยาวประมาณ 0.4 เซนติเมตร ส่วนหัวมีกะเปาะ และสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

วิธีป้องกันโรคพยาธิตัวจี๊ดและโรคพยาธิชนิดอื่นที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ  ควรปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป นานอย่างน้อย 5–10 นาที หรือใช้อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส (น้ำเดือด) อย่างน้อย 1–2 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ

การแช่แข็ง ควรแช่ที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า อย่างน้อย 7 วัน หรือ -35 องศาเซลเซียสจนแข็งตัว และเก็บไว้ที่อุณหภูมิดังกล่าวต่ออีกอย่างน้อย 15 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน การดองกุ้งด้วยซีอิ๊ว การแช่ในน้ำปลา หรือการบีบมะนาว ไม่สามารถฆ่าพยาธิตัวจี๊ดได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากคลองหรือบึง หากจำเป็นควรกรองน้ำด้วยผ้าหรือต้มให้เดือดก่อนดื่ม

แนวทางการรักษา ได้แก่  ผ่าตัดนำตัวพยาธิออก  รับประทานยาฆ่าพยาธิ เช่น Albendazole หรือ Ivermectin ตามคำสั่งแพทย์ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาหายได้ บางรายอาจพบว่าพยาธิเคลื่อนหนีขึ้นมาอยู่บริเวณผิวหนังชั้นตื้นหรือหลุดออกมาเอง  

 ( ขอขอบคุณข้อมูลจาก เวบไซด์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดนิตา จำปาแก้ว อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ )