วันนี้ (25 ก.ค.) สำนักข่าวในประเทศจีนรายงานเกี่ยวกับกระแสการลดน้ำหนักแบบผิดๆ ซึ่งได้รับความนิยมในโลกโซเชียลมีเดียของจีน แต่กำลังสร้างปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพ
เทรนด์ลดน้ำหนักยอดฮิตดังกล่าวอ้างว่า สามารถช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 4 กิโลกรัมภายในเวลาเพียง 2 วัน โดยใช้วิธีนำยาระบายกลีเซอรินแบบเหน็บทวาร ซึ่งเป็นยาสำหรับใช้ภายนอก มาผสมลงในเครื่องดื่มประเภทชาบรรจุขวดสูตรไม่มีน้ำตาล แล้วดื่มเข้าไปเพื่อเร่งการขับถ่าย
รายงานจากสำนักข่าว Shangyou News ระบุว่า มีชาวเน็ตในจีนจำนวนมากทดลองทำตามอินฟลูเอนเซอร์ที่แนะนำวิธีลดน้ำหนักแบบนี้จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยหญิงสาวแซ่หม่ารายหนึ่งเผยว่า หลังจากเธอทดลองดื่มเครื่องดื่มผสมยาสวนทวารดังกล่าวไปได้เพียงครึ่งชั่วโมง เธอเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ตามมาด้วยอาการถ่ายท้องและอาเจียนอย่างต่อเนื่องนับสิบครั้งตลอดทั้งคืนจนไม่สามารถนอนหลับได้
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลใหญ่ในมณฑลเหอหนานเปิดเผยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีผู้ป่วยฉุกเฉินถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมากจากการใช้วิธีลดน้ำหนักดังกล่าว
ทางโรงพยาบาลได้โพสต์ข้อความเตือนประชาชนว่า เครื่องดื่มชาสูตรไม่มีน้ำตาลซึ่งมีส่วนประกอบของธีโอฟิลลีน, โพลีฟีนอล และกรดแทนนินนั้น สามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียและปวดท้องในกลุ่มผู้ที่มีกระเพาะอาหารอ่อนแอหรือไวต่อสิ่งกระตุ้น หากดื่มขณะท้องว่างหรือกินอาหารไม่เพียงพอ
“ยิ่งหากผู้คนนำยาสวนอุจจาระประเภทกลีเซอรีนใส่เพิ่มลงไป ฤทธิ์ระบายก็ยิ่งเพิ่มเป็นสองเท่า ซึ่งเปรียบเสมือนการได้รับยาระบายซ้ำซ้อนที่ทำลายระบบลำไส้ได้” ทางโรงพยาบาลกล่าว
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังย้ำเตือนซ้ำว่า ยาสวนอุจจาระมีไว้สำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น และห้ามนำมารับประทานโดยเด็ดขาด เนื่องจากเมื่อสารกลีเซอรีนตกถึงกระเพาะและลำไส้จะส่งผลเสียอย่างรุนแรง ทำให้เยื่อบุลำไส้เสียหาย และเกิดภาวะเกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุล อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ยืนยันว่าการรับประทานยาสวนอุจจาระร่วมกับชาจะช่วยให้รูปร่างเพรียวลงได้
ด้าน ซุนไห่หลาน นักโภชนาการจากโรงพยาบาลแม่และเด็กฉงชิ่ง เตือนว่า น้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากวิธีนี้ไม่ใช่ลดเพราะไขมันในร่างกายหายไป แต่เป็นเพียงอุจจาระที่ตกค้างอยู่และน้ำจำนวนมากที่ร่างกายสูญเสียไป ซึ่งเมื่อกลับมารับประทานน้ำและอาหารตามปกติ น้ำหนักก็จะพุ่งกลับขึ้นมาทันที จึงไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน และขอให้ประชาชนหยุดเลียนแบบพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายดังกล่าว
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Generated by Gemini



