เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ในห้วงของฤดูฝนนี้ บางพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก และเกิดสถานการณ์อุทกภัย ในขณะเดียวกัน มีอีกหลายจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังการขาดแคลนน้ำ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ
“ปัญหาของอุทกภัยเกิดขึ้นทุกปี บางจังหวัดเกิดทั้งอุทกภัยและภัยแล้งขึ้นในพื้นที่เดียวกัน และเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งต้องศึกษาบทเรียนเพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหา หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำแนวทางที่ได้ไปขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาให้สัมฤทธิผล ซึ่งผมขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมรวบรวมแผนงาน มาตรการเร่งด่วน หน่วยงานที่รับผิดชอบ กรอบระยะเวลาดำเนินการ รวมถึงติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และวางแผน/กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้เป็นไปตามแผน ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าพี่น้องประชาชนจะมีความปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี” นายทรงศักดิ์ กล่าว
ด้านนายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปภ. ได้เตรียมมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยวางระบบการทำงานตั้งแต่ก่อนเกิดภัยไปจนถึงการฟื้นฟู พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ตลอด 24 ชั่วโมง จัดตั้ง War Room บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคาดการณ์โอกาสการเกิดภัยและแจ้งเตือนภัยผ่านช่องทางต่างๆ ให้ประชาชนทราบ โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast
โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ปภ. ได้ประสานแจ้งไปยัง 17 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ สุรินทร์ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 6-9 ส.ค. 69
นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ปภ. ยังได้รวบรวมข้อมูลพื้นที่เกิดภัยซ้ำ/พื้นที่เสี่ยงภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งสูง 253 หมู่บ้าน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ และมีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยสูงมาก 349 หมู่บ้าน ใน 12 จังหวัด ได้แก่ จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มุกดาหาร เลย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และอุบลราชธานี ซึ่งหน่วยงานจะได้นำมาวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่



