เปิดสภาปลาย ส.ค. นี้ วาระที่หลายคนเชื่อว่า มีแน่ ๆ คือ แก้รัฐธรรมนูญ ศึกซักฟอกรัฐบาล “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันว่า มีอภิปรายแน่ ขอให้รอดูว่า อภิปรายทั่วไป หรือให้ลงมติไม่ไว้วางใจด้วย สิ่งที่ควรปรับมากที่สุด คือภาวะผู้นำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล วันนี้แทบจะไม่เห็นลุยเรื่องที่ควรจะลุย จัดการเรื่องที่หัวเด็ดตีนขาด เหมือนที่ใครๆ เขาบอกกันว่า สิ่งที่นายกฯ ถนัดมากที่สุดคือเป็นคนประเภทสุขนิยม แต่ต้องมองความเป็นจริงด้วยว่าวันนี้คนไทยทุกคนแบกรับภาระ มีความทุกข์จากการบริหารประเทศของท่านมากน้อยแค่ไหน

ไล่ตั้งแต่ ปัญหาการกักตุนน้ำมัน ทุจริตสอบท้องถิ่น เศรษฐกิจปากท้อง รวมถึงการฮั้ว สว. แม้จะมีหลักฐานมากที่สุด แต่ก็หน้าไม่อายมากกว่าที่คิดที่จะยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือการฮั้ว สว. และการทุจริตโกงสอบท้องถิ่น สืบสาวราวเรื่องกันให้ดีๆ มันมีส่วนที่ทับซ้อนกัน หากจะปรับลูกเทพ แล้วให้ลูกคนอื่นมาเป็นรัฐมนตรี ก็ยังพอมีแง่มุมดีกับภาพลักษณ์บ้าง แม้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรก็ตาม

“เท่าที่ได้สัมผัส สังเกต และมีการพูดคุย มีคนต่อแถวเป็นรัฐมนตรีอยู่มากในพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แถวสอง หรือแถวสาม และวันนี้คนที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี เป็นผู้อาวุโสต่างๆ เขาก็ไม่มีความเชื่อมั่นรัฐมนตรีในพรรคตัวเอง ลูกเทพมือไม่ถึง เมื่อเทียบกับพวกรัฐมนตรีในอดีต มันพอจะบ่งบอกได้ว่า คนในพรรคภูมิใจไทยเองก็ยังไม่เชื่อมั่นเหล่ารัฐมนตรีลูกเทพ ยังไม่อยากบอกว่ายื่นอภิปรายเดือนไหน เอาเป็นว่าอารมณ์ของประชาชนวันนี้มันต้องเป็นระดับรุนแรงอยู่แล้ว”

สส.แชมป์ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านขู่ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังการเปิดประชุมสภาในเดือน ส.ค. ว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะใช้ช่องทางนี้ตรวจสอบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการพูดถึงโครงการ TH-AI Passport รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ก็ชี้แจง หากอภิปรายโกงสอบท้องถิ่น รมต.มหาดไทย ที่ดูแลเรื่องท้องถิ่น ก็กำลังตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เรื่องสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาทำ จึงคิดว่าไม่น่ามีประเด็นอะไร เราก็พร้อมให้ตรวจสอบ ยืนยันชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนเรื่องโกงเลือก สว. มันอยู่ที่ กกต. เราก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของทางพรรค และ สส. ทั้ง 9 คน ที่ออกมาพูดว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. การหยิบเรื่องฮั้ว สว. ขึ้นมาช่วงนี้ คิดว่าไม่น่ามีอะไรที่เป็นเรื่องใหม่ เจตนาเขาก็คงชัด ที่อยากจะกดดัน กกต. ให้มีความคืบหน้าของคดี และไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบไป

สำหรับกระแสข่าวลือเรื่องพรรคเพื่อไทย กับพรรคกล้าธรรม จะจับมือกันโหวตไม่ไว้วางใจ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อหวังผลไปถึงการเปลี่ยนตัวนายกฯ โดยว่ากันว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โมนาโก จนกลายเป็น “ปฏิญญาโมนาโก” นั้น “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพระหว่างเที่ยวพักผ่อนผ่านอินสตาแกรม พร้อมข้อความระบุว่า “มาเที่ยวครับ พักผ่อนครับ โนดีลลับครับ ดีลเดียวที่มีคือดีลกับลูกครับ”

ณ ที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี สถานที่จัดให้มีการสมัครรับเลือกตั้ง สส.อุดรธานี เขต 3 (อ.สร้างคอม, อ.เพ็ญ และ ต.บ้านขาว อ.เมือง) แทนตำแหน่งที่ว่างลง มีผู้สมัคร สส. เดินทางมาก่อนเวลา 2 คน ประกอบด้วย นายขจิตร ชัยนิคม อายุ 75 ปี อดีต สส.อุดรธานี และ จ.มหาสารคาม จากพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายอธิการ (ตุ๋ง) แก้วเครือศรี อายุ 47 ปี ลูกเขยนายหรั่ง ธุรพล อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย (ถึงแก่กรรม) ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ทั้งสองตกลงกันแบบไม่ต้องจับสลาก ให้นายขจิตร ชัยนิคม พรรคประชาธิปไตยใหม่ ที่เดินทางมาถึงสถานที่สมัครก่อน ได้รับหมายเลข 1 ส่วนนายอธิการ แก้วเครือศรี พรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางมาถึงเวลาไล่เลี่ยกันได้รับหมายเลข 2

“ครูธัญ” ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้พรรคประชาชนชี้แจงต่อสาธารณะ หลังมีการเผยแพร่เนื้อหาจากหนังสือ “ประชาชนที่ไม่ยอมจำนน” ของ “แก้วตา”ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ซึ่งมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ และการจัดการขององค์กร ธัญวัจน์ระบุว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยกำลังรอฟังคำชี้แจงจากพรรค ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ความโปร่งใสและความรับผิดชอบควรเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกพรรคการเมือง การชี้แจงเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

แก้วตา ธิษะณา เล่าไว้ในหนังสือ “ประชาชนที่ไม่ยอมจำนน” ตอนหนึ่งว่า ถูกคุกคามทางเพศโดยอดีต สส. รายหนึ่งในช่วงที่ไป outing กันที่สนามกอล์ฟ เคยเล่าให้ผู้บริหารพรรคฟังแล้วในครั้งที่ไม่ได้ไปต่อ “สิ่งที่ทำให้บาดแผลนี้ลึกขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดกับร่างกายและศักดิ์ศรี แต่คือความรู้สึกว่า ในระบบการเมืองที่ควรยึดถือความเป็นธรรม คนที่ทำผิดกับดิฉันยังได้รับโอกาสให้ไปต่อ แม้ไม่ได้รับการเลือกตั้งก็ตาม ปัญหาการล่วงละเมิดในแวดวงการเมืองไม่ได้เกิดจากคนไม่ดีคนเดียว แต่เกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่มักเลือกปกป้องภาพลักษณ์มากกว่าปกป้องผู้ถูกกระทำ”

จากกรณีมีข่าว สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พรรคประชาชนเสียบบัตรลงมติแทนกัน นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร สก.เขตยานนาวา ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุจากความผิดพลาดและความเร่งรีบ ไม่ได้เป็นการเสียบบัตร ระหว่างการลงมติในวาระการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา ตนเองเร่งรีบเดินกลับเข้ามาภายในห้องประชุมเพื่อให้ทันเวลาลงคะแนน แต่ด้วยความเร่งด่วนจึงเกิดความสับสนและเผลอไปกดปุ่มลงคะแนนที่เครื่องของนายไซราม ประกายกิจ สก.เขตสาทร ที่นั่งอยู่ติดกัน และเขาเสียบบัตรอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อทราบว่ากดปุ่มผิดเครื่อง ได้รีบลุกขึ้นกล่าวชี้แจงและขออภัยต่อที่ประชุมสภาทันที โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเสียบบัตรแทนกัน เนื่องจากบัตรถูกเสียบค้างไว้อยู่แล้ว และไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ที่ต้องกดคะแนนแทน เนื่องจากนายไซรามกำลังเดินกลับเข้าห้องประชุม จากนั้น ประธานในที่ประชุม ได้สั่งการให้ตรวจสอบและจัดให้มีการลงคะแนนใหม่อีกครั้งในวาระดังกล่าว ยืนยันความบริสุทธิ์ใจร้อยเปอร์เซ็นต์

“หมอจุ๊ก” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า “นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เนติบริกรประจำรัฐบาลอนุทิน พยายามจะยื้อเวลาช่วย “หมอไห่” นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อดีตประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ยังไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ ทราบว่ารองนายกปกรณ์ได้ส่งเรื่องอย่างลับๆ ไปหารือกฤษฎีกาว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีสิทธิเป็นกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. หรือไม่ (กรรมการสรรหาเป็นผู้ยกเลิกการได้ตำแหน่งของ นพ.สรณ เนื่องจากขาดคุณสมบัติที่ไม่ลาออกจากสังกัดเดิม) โดยกฤษฎีกาจะนัดประชุมในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.

“อาจารย์นิติศาสตร์ท่านสำคัญท่านหนึ่งได้ติวผมว่า ถึงคำสั่งจะระบุชื่อเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (อดีตผู้ว่า ธปท. ปัจจุบันเป็นองคมนตรี) แต่เมื่อเป็นองค์ประกอบตามตำแหน่ง เมื่อเศรษฐพุฒิ พ้นจากการเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ต้องเป็นวิทัย รัตนากร ตรงไปตรงมา ซึ่งผู้ว่า ธปท. เป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง เมื่อนายเศรษฐพุฒิ เกษียณอายุ และนายวิทัยมาดำรงตำแหน่งแทน กรรมการสรรหาจึงเป็นนายวิทัย รัตนากร โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่า นายปกรณ์หยิบยกเรื่องนี้ขอหารือกฤษฎีกาเองได้หรือไม่ คนที่จะวินิจฉัยว่ากรรมการสรรหาทำไม่ถูกต้องคือศาลปกครอง ไม่ใช่คณะกรรมการกฤษฎีกา ชวนกันติดตาม คณะกรรมการกฤษฎีกาคือที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาล จะตีความออกมาเพื่อช่วยอุ้มรัฐบาลอนุทินในการยื้อตำแหน่งประธาน กสทช. ให้กับ นพ.สรณ หรือไม่”

สำหรับภารกิจนายกฯ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน ณ แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง นายอนุทินอ้อนชาวสุพรรณบุรี ขอ สส.ยกจังหวัด (เขต 3 เป็นนายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ พรรคกล้าธรรม) และรับปากจะดูแลระบบชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคกลางที่ต้องรับน้ำจากภาคเหนือ

“ผมได้ให้ทำการศึกษาและงบประมาณต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันภัยธรรมชาติโดยเฉพาะภัยน้ำท่วม ต้องป้องกันวางแผนให้ดี ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ถ้าจะมีความเสียหายต้องมีความเสียหายที่น้อยที่สุด” นายกฯ กล่าว หลังร่วมงานวันเกิดครบ 77 ปี ของนายประภัตร โพธสุธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายกฯ ได้เลิกกำหนดการเดิมที่จะลงพื้นที่สุพรรณบุรีต่อ เพื่อไปดูการแถลงข่าวจับกุมคนร้ายฆ่าพี่น้องชาวรัสเซีย ที่ชลบุรี โดยให้สัมภาษณ์ว่า จะขอความร่วมมือกับตำรวจและอัยการสูงสุดให้เร่งทำคดีโดยเร็วที่สุด.

“ทีมข่าวการเมือง”