เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดเวทีเจาะลึกหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ภาค 2 โดยนำพยานที่รู้เห็นในกระบวนการทุจริตเลือก สว. ให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ได้แก่ พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว อดีตผู้สมัคร กลุ่ม 15 จ.ภูเก็ต นายทรงยศ เหมหงษ์ อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่มที่ 16 จ.ภูเก็ต นายสมนึก สุชัยธนาวนิช ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 จ.สุโขทัย นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.กลุ่มสำรอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของการให้ข้อมูลของ พ.ต.อ.สมยศ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในกระบวนการที่ตนเจอ มีบุคคลที่เป็นผู้ประสานงาน คือ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคหนึ่ง โดยนัดหมายรวมตัวตั้งแต่เดินทางจาก จ.ภูเก็ต เลี้ยงอาหารบนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา และประชุมที่ โรงแรมย่าน จ.ปทุมธานี ซึ่งในโรงแรมดังกล่าวพบผู้สมัคร สว. จาก จ.พังงา จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต ด้วย โดยจะเป็นการประชุมทีละจังหวัด มีผู้บรรยายจาก จ.สตูล ซึ่งให้จดหมายเลขการเลือกในรอบแรก และเลือกรอบไขว้ ให้สวมเสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์กลุ่ม

“ระหว่างประชุม ผู้สมัคร สว.รายหนึ่ง ได้ถามว่าทำไมไม่มีชื่อตัวเอง ซึ่งมีการบอกว่าเป็นการสุ่มจากคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่พอใจ หลังจากนั้นผมได้นั่งคุยกันว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะมีสมาชิกพรรคการเมืองมาเกี่ยวและเลือกตามที่กำหนด วันที่เกิดเหตุช่วงกลางคืนมีทีมงานหนึ่ง ถือซองขาวใส่ธนบัตรใบละ 1,000 บาทมาให้บุคคลหนึ่งบอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายใน กทม. จำนวน 10,000 บาท แต่ผมไม่ได้ ทำให้บุคคลหนึ่งไม่รับซองใส่เงิน จากนั้นได้เช็กเอาต์ออกจากโรงแรมไปพักที่อื่น” พ.ต.อ.สมยศ กล่าว
พ.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า การเลือก สว. เป็นแนวคิดที่ดี มีกลุ่มอาชีพที่เชี่ยวชาญเป็นตัวแทนกลั่นกรองกฎหมาย แต่รูปแบบการเลือกที่บอกว่า ได้เสนอผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ผู้ใหญ่ให้เอาตามนี้ ซึ่งแกหลุดออกมาว่า หากเลือก สว.ตามสูตรนี้สำเร็จ ลูกผมจะมีตำแหน่งในรัฐบาล ซึ่งคำพูดที่ผมพูดนี้อยู่ในเอกสารให้ปากคำ

ด้าน นายสมนึก กล่าวว่า ในกรณีของตนนั้น ถูกประสานโดยบุคคล 2 คน โดยคนที่หนึ่งปัจจุบันเป็น สว. ส่วนก่อนหน้านั้นทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยเป็นรองนายกฯ และรมว. และเป็นประธานขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ และคนที่สอง คือ เป็นที่ปรึกษาของนายอนุทิน เมื่อครั้งเป็น รมว.มหาดไทย ทั้งนี้ในกระบวนการ เลขาฯ ของคนที่หนึ่ง ได้ติดต่อให้ไปพบที่ร้านกาแฟ หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมระบุว่า มีคน 10 คนที่พร้อมเลือกไปด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงพบว่ามีผู้มาร่วม 7 คนด้วย
นายสมนึก กล่าวต่อว่า ในวันต่อมาได้นัดหารือกันโดยต้องลงทะเบียน 600 บาท เป็นค่าอาหารกล่องและค่าสถานที่ และแนะนำตัวทีละกลุ่ม ทั้งนี้ระหว่างหารือมีคนที่หนึ่งโทรศัพท์มาตามให้ไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 14.00 น. เพราะที่พระนครเหนือเป็นละครฉากหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ตนไปตามนัดหมาย พร้อมกับพี่ชาย ที่เป็นผู้สมัคร สว.กลุ่มอุตสาหกรรม จ.สุโขทัย ซึ่งคนที่มาพูดคุยกับตนและพี่ชาย บอกว่า ทางพรรครับเป็น สว.สาธารณสุข แต่ทางพรรคขอให้เซ็นใบลาออกไว้ โดยไม่ลงวันที่และขอสำเนาบัตรประชาชนไว้ พร้อมบอกว่าไม่ต้องตกใจ จะควบคุมการยกมือตามนโยบายพรรคเท่านั้น

“อีกเรื่องคือ ต้องประชุมทำโพย โดยในโพยนั้นอาจไม่ได้เลือกเลขของตัวเอง แต่สัญญาว่าได้ สว.แน่นอน ผมปรึกษากับพี่ชาย คนที่ให้ผมมาโปรไฟล์ดีเป็นระดับเป็นที่ปรึกษานายกฯ แล้วบอกว่าไม่ต้องหาเสียงแล้ว ผมยอมเซ็น จากนั้นเข้าสู่กระบวนกาทำโพย มีคนหนุ่ม 5-6 คนสอนทำโพย พร้อมกับคนที่ผ่านจังหวัดสุโขทัยเกือบ 30 คน ทั้งนี้รอบแรกผมมีชื่ออยู่ แต่ทราบว่าโพยรอบสองถูกแก้ ให้เอา หัวหน้าอนามัย มาแทนผม และผมรู้ในเวลาต่อมาว่า คนที่มาแทนเป็นลูกน้องของคนประสานผมคนที่หนึ่ง โดยมีการปลุกไปแก้ใบ สว.3 ตอนตีสอง อย่างไรก็ตามตอนลงคะแนนผมกาตามโพยที่ให้ไว้” นายสมนึก กล่าว

ส่วนนางกุสุมาลวตี ให้ข้อมูลตอนหนึ่งว่ากระบวนการที่ทำให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีแกนนำพรรคและรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมีการได้พบ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อประสานงานในกระบวนการ ทั้งนี้ในการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหลักฐานที่เชื่อว่าหากส่งศาลจะมีผู้ที่ติดคุก เพราะมีเส้นทางการเงิน ทั้งนี้ตนยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอขอบคุณพยานที่มาร่วมเวที เพราะทราบว่ามีกระบวนการข่มขู่พยาน ทำให้พยานกลัว คุกคามประชิดตัวเข้าหาในพื้นที่ คนที่ปรากฏตัวบนเวทีตนขอขอบคุณที่กล้ายืนยัน และนำข้อมูลที่อยู่ในสำนวนมาเปิดเผย.



