การเมืองร้อนแรงก่อนหลายเรื่อง เรื่องแรก คือการที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ทำเนียบรัฐบาล “รมต.แบด” ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังเปิดสมัยประชุมสภา ว่า รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าทุจริตเช่นเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ก็เป็น รมช.มหาดไทย ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการ ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องหลายครั้งที่มีการสอบ ตั้งแต่ปี 2562

“สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงว่า เรื่องฮั้ว สว.ยังมีหลักฐานของนายสุบิน ศักดา ซึ่งเป็นผู้ช่วย สส.ของ สส.พรรคภูมิใจไทย ที่มีความเชื่อมโยงสาวไปถึงแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยได้แน่นอน หาก กกต.จะส่งสำนวนของผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาเพียงบางราย ก็จะต้องถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หลังการลงมติของ กกต.แล้ว ก็ยังมีรัฐสภา ที่ กมธ.มีอำนาจในการเรียกเอกสาร (ตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของ กมธ.) และหลักฐาน เรื่องจึงยังไม่จบแน่นอน ทุกการลงมติและหลักฐาน จะต้องถูกตรวจสอบต่อไป

ที่รัฐสภา “ประธานตุ๋ง” โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อทำหนังสือถึงประธานสภา พิจารณาส่งศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระตรวจการทำงานของ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดี “อดีต รมต.โอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ใช้นอมินีถือหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า “ทราบว่า เมื่อเช้าวันที่ 18 ส.ค. คณะกรรมการพิจารณาเรื่องส่งศาลฯ คุยกัน ยืนยันว่าไม่ใช่กรรมการผี ไม่มีกรรมการทิพย์ ตนไม่ได้สนใจใครจะบอกว่ายื้อหรือไม่ยื้อ เอาสมองไปทำเรื่องอื่นที่ประเทศชาติกำลังประสบอยู่ดีกว่า อย่ามัวหมกมุ่น”

นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความ ของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จ กรณีกล่าวหาครอบครองที่ดินเขากระโดง ที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kanhirun CN” ว่า เห็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ประโคมข่าวมาเกือบสองเดือน หลังทราบว่าถูกฟ้องเป็นคดีอาญาจากการพูดไปเรื่อย พอถึงวันไต่สวนเดินทางมาสร้างกระแส จนสังคมเข้าใจผิดคิดว่าลูกความกลัวการเผชิญหน้าโดยไม่มาศาล
“ทั้งที่พยานผู้รับมอบอำนาจโจทก์ (นายเนวิน) เบิกความมัดแน่นจำเลย จนต้องหักมุมขอเลื่อนซักค้านถึงตุลาคม พยานโจทก์เบิกความต่อศาลด้วยหลักฐานชัดเจนกว่าหนึ่งชั่วโมงว่า ประชาชนทุกคนมีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ที่มีการแจ้งความดำเนินคดีโจทก์และครอบครัว จึงไม่เป็นความจริง แต่พอถึงคิวซักค้าน ฝ่ายจำเลยกลับขอเลื่อนนัดยาวไปถึงเดือนตุลาคม อ้างต้องรวบรวมเอกสารใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปั่นกระแสข่าวโวว่าพร้อมสู้หลักฐานในมือครบ หากมีหลักฐานเด็ดจริงคงไม่ขอเลื่อนนัดให้เสียราคาคุย ควรเลิกปั่นจิ้งหรีด และเข้ามาสู่การพิจารณาคดีตามกฎหมาย”

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีแรงต้านโครงการใหญ่ของรัฐบาล ล่าสุดคือโครงท่าเรือน้ำลึก อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ว่า ถ้าคัดค้านโดยที่ไม่มีการศึกษาดีเท่าที่ควร สุดท้ายผลกระทบก็จะกลับไปหาสิ่งที่พวกคุณกำลังประท้วง ประเทศไทยจะทำอะไรสักสิ่งจะติดกับดักคำว่าเอ็นจีโอ แม้กระทั่งโครงการแลนด์บริดจ์ที่ยกเลิกไปแล้วก็ยังมาทวงถาม ขอฝากพวกเราคนไทยด้วยกัน อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับประเทศควรช่วยกันพิจารณา ไม่ใช่นึกอยากจะค้านก็ค้านทุกเรื่อง อยากจะประท้วงก็ประท้วงทุกเรื่อง
“อยากถามว่าผู้ที่ประท้วงเข้าใจเหตุผลที่เราจะย้ายท่าเรือไปที่จะนะหรือไม่ เนื่องจากท่าเรือเดิม พื้นที่หัวเขาแดงในส่วนพื้นที่หลังท่า เต็มความจุไม่สามารถขยายหรือรองรับได้มากกว่านี้ ไม่สามารถขุดก้นทะเลให้มีความลึก 9 เมตร ทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ผู้ประกอบการสะท้อนมาถามว่าจะสร้างท่าเรือที่ 2 ได้หรือไม่ ถ้ามีม็อบต้าน ต้องถามว่ามาด้วยเหตุผลอะไร แลนด์บริดจ์ยกเลิกแล้ว ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ก็ระงับแล้ว พวกคุณจะมานั่งเพื่อต้องการรับแดดที่กรุงเทพฯ ก็ไม่เป็นไรเชิญตามสบาย”

ที่ทำเนียบรัฐบาล “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และวิทยาเขตปัตตานี เชิญบุคลากรของพรรคประชาชนเข้าร่วมเสวนาให้นักศึกษา โดยมีเงื่อนไขระบุว่านักศึกษาที่เข้าร่วมจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง ว่า ตนได้พูดคุยกับปลัดกระทรวง อว. แล้ว และขอดูข้อมูลจากมหาวิทยาลัยดังกล่าว ดูความเหมาะสม สิ่งที่จะตรวจสอบนั้น จะดูว่าการจัดกิจกรรมและการนับชั่วโมงกิจกรรมเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่

อนึ่ง ม.อ.ปัตตานี เชิญพรรคประชาชนไปปาฐกถาหลายรอบในช่วงนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ก็เชิญ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และคณะ ไปบรรยายในวิชาหลักรัฐศาสตร์ให้กับนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ในหัวข้อ “รัฐโปร่งใสและรัฐก้าวหน้ากับกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้”

วันที่ 24 ก.ค. บรรยายพิเศษวิชาทฤษฎีและปรัชญาการเมือง เชิญ “หัวหน้าเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บรรยายหัวข้อ “การเมืองในอุดมคติกับการเมืองที่เป็นจริง : จากเผด็จการการเลือกตั้งสู่การเมืองที่ดีกว่า” วันที่ 11 ส.ค. คณะรัฐศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ เชิญ “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ เสวนาในหัวข้อ “รัฐ (ทำ) นูญ กติกาของประชาชนหรือเครื่องมือของผู้มีอำนาจ” และมีระบุเงื่อนไขว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง และยังมีงานวันที่ 21 ส.ค. ที่ ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี ในหัวข้อ เสวนา “ใต้เงาระบอบสีน้ำเงิน : แค่ยุคทองของ ‘บ้านใหญ่’ หรือการเมืองใหม่ถึงกาลอวสาน?” ซึ่งเชิญคนของพรรคประชาชนไปเช่นกัน
มีกระแสข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างเตรียมออกหมายเรียก “ทนายเก่ง” สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน มาสอบสวนปากคำ เนื่องจากพบความเกี่ยวข้องเส้นทางการเงินในบริษัทนิติบุคคล ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นนอมินีเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสำนักงานกฎหมาย โดย สส.รายนี้ มีลักษณะเข้าไปถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทแห่งหนึ่ง และพบว่าได้มีการไปจดทะเบียนมากกว่า 30 บริษัท
30 บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง แต่ทำหน้าที่เพียงถือครองที่ดิน หรืออาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ รายงานข้อมูลยังระบุด้วยว่า สส.รายนี้ มีการถือหุ้น 99.99% ในบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่กลับมีลักษณะมุ่งเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ พฤติการณ์ดังกล่าว อาจยังไม่เข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่อาจเข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินี ผู้ถูกสอบต้องแก้ต่างให้ได้ว่า ไม่ได้ทำธุรกิจในรูปแบบนอมินี เพื่อไปถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กองคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าวจริง แต่ยังไม่ได้มีการเสนอให้ผู้บริหารรับเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบสวนปากคำพยาน ส่วน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ยอมรับว่าปัจจุบันยังเป็นเพียงเรื่องสืบสวนของกองคดีความมั่นคง ยังไม่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด ยังไม่ได้มีข้อยุติจาก พงส.ว่า ใครมีความผิดอะไร จุดเริ่มต้นของการสืบสวนเรื่องดังกล่าว พบว่ามีบุคคลมาแจ้งเบาะแสขอให้ตรวจสอบ

เรื่องใหญ่ต่อมา คือการแต่งตั้งโยกย้าย ที่ประชุม ครม. แต่งตั้งข้ามห้วย ให้นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ทดแทนนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า จะมีการโยกย้ายนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน แต่สุดท้ายไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายได้ เนื่องจากติดขั้นตอนบางอย่าง อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้ยังไม่แต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อนึ่ง นายฉันทานนท์ นับเป็นลูกหม้อของกระทรวงเกษตรฯ เคยเป็นหนึ่งในทีมข้าราชการรุ่นใหม่ที่น่าจับตา ตั้งแต่สมัยนายเนวิน ชิดชอบ นั่งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์
การแต่งตั้งนายฉันทานนท์ เพราะรัฐบาลต้องการความชัดเจนที่ต้องการรื้อใหญ่โครงสร้างราคาพลังงานทั้งราคาน้ำมัน ไฟฟ้า และรื้อสัญญาชั่วนิรันดร์ โรงไฟฟ้าต่างๆ จึงต้องใช้คนนอกมากกว่าลูกหม้อในกระทรวงพลังงานที่อาจไม่กล้ารื้อ ส่วนการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รายชื่อค่อนข้างชัดเจนว่า เป็นนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แต่รอขั้นตอนว่า จะโยกนายณัฐพลไปอยู่ที่ไหน ไม่สามารถอยู่ที่เดิมได้ เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับนายวราวุธ และข้าราชการระดับสูงหลายรายในกระทรวงอุตสาหกรรมได้

“รมต.ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เรื่องปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ส่วนตัวก็คิดว่าเมื่อคนเดิมครบ 4 ปีก็อยากให้ท่านได้เติบโต ส่วนจะเป็นคนในหรือคนนอกก็ต้องติดตาม โดยตัวเลือกมีมากเพราะคนในกระทรวงอุตสาหกรรมเก่งๆ มีมาก
เรื่องตึก สตง.ถล่ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พิจารณางบประมาณของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรรมาธิการฯ หลายคนสอบถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการเอาผิดตึกที่ทำการ สตง.หลังใหม่ บนถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68
นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงว่า อัยการ มีความเห็นสั่งฟ้องบริษัทออกแบบ บริษัทก่อสร้าง บริษัทควบคุมงานที่ สตง. ได้จ้าง จำนวน 23 ราย ซึ่งศาลกำลังไต่สวนพยานหลักฐาน ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเจ้าหน้าที่ สตง.ที่เกี่ยวข้องอยู่ มูลค่าโครงการก่อสร้าง 2,000 กว่าล้านบาท แต่เราเพิ่งจ่ายเงินไป 22 งวด รวมเป็นเงิน 900 กว่าล้านบาท ซึ่งขณะนี้เราได้เงินคืนมา 320 ล้านบาท โดยเป็นเงินประกันสัญญา 106 ล้านบาท เงินจ่ายล่วงหน้า 320 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ ประมาณ 500 กว่าล้านบาท สตง.ได้ตั้งคณะกรรมการประเมินความเสียหาย เพื่อฟ้องแพ่ง
จากการที่เราเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในสัญญา 15 ปี และเราส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนไปดำเนินการก่อสร้างอาคารดังกล่าวนั้น เราต้องจ่ายค่าเช่าทุกปีตราบใดที่ยังไม่ส่งคืนพื้นที่ให้ รฟท. ดังนั้น ขณะนี้เราพยายามเร่งรัดเอกชนให้ส่งพื้นที่คืน สตง. แล้วเราจะคืนให้กับ รฟท. เพื่อยุติการจ่ายค่าเช่าและไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อ รวมถึงเวลานี้ สตง.ไม่มีแผนหรือนโยบายเรื่องการก่อสร้างอาคารสำนักงานฯ หลังใหม่.



