เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญฯ คนที่ 3 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเป็นการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสถาบันพระปกเกล้า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา
ทั้งนี้ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวอภิปรายงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภา ตอนหนึ่ง ว่า พื้นที่รัฐสภาใหม่แห่งนี้ต่างจากรัฐสภาหลังเก่า ในอดีตการเข้าพื้นที่รัฐสภาหลังเก่าเป็นเรื่องยากมาก แต่วันนี้ในรัฐสภาใหม่ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครเดินผ่านไปมาในที่นี้บ้าง ตนจึงขอฝากเป็นข้อสังเกตและขอให้สำนักงานเลขาธิการสภา นำไปปฏิบัติในการเข้มงวดเรื่องบุคคลที่ผ่านเข้า-ออกในพื้นที่รัฐสภา ทั้งนี้ ตนเจอกับตัวเอง โดยตนถูกถ่ายคลิปวิดีโอขณะกำลังสนทนาทางโทรศัพท์พูดคุยธุระส่วนตัวในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วมีสื่อมวลชนนำคลิปวิดีโอนี้ไปใส่ลายน้ำแล้วเผยแพร่สู่สาธารณะ

นายบุญลือ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนได้รับหนังสือเชิญให้ไปร่วมงานโครงการหนึ่งที่โรงแรม “ณ เวลา” จ.ราชบุรี ในวันที่ 19 ส.ค. นี้ ซึ่งหนังสือนี้ถามแค่ว่าตนว่างหรือไม่ แต่ไม่ระบุว่าให้ตนพูดเรื่องอะไร จึงขอฝากด้วยว่าการเชิญ สส. ไปร่วมงานนั้น ควรกำหนดหัวข้อที่จะให้พูด ไม่ใช่เชิญให้ไปร่วมงาน และเป็นไปได้หรือไม่ที่การจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยไม่ต้องจัดที่โรงแรม แต่ไปจัดที่วัดหรือโรงเรียนแทน
ด้านนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีที่นายบุญลือมีข้อกังวลต่อการเข้า-ออกของบุคคลภายในพื้นที่รัฐสภานั้น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้ออกมาตรการและแนวปฏิบัติที่เข้มข้น โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ทั้งกรณีการเข้า-ออกของยานพาหนะ ถ้าใครไม่มีสติกเกอร์ก็ต้องแลกบัตร มิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้ามาในรัฐสภา ส่วนการเข้า-ออกของบุคคลในพื้นที่รัฐสภา ทุกคนต้องติดบัตร และต้องผ่านการคัดกรอง และกระเป๋าก็ต้องถูกตรวจด้วยเครื่องสแกน อีกทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเดินตรวจดูแลสอดส่องในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน

นายศิโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการส่งจดหมายเชิญนายบุญลือให้ร่วมกิจกรรมในวันที่ 19 ส.ค. ที่ จ.ราชบุรี นั้น เป็นกิจกรรมสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ซึ่งเป็นงานของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภา คนที่ 1 ทั้งนี้ ตนขอโทษที่จัดส่งหนังสือเชิญโดยไม่ได้แจ้งให้นายบุญลือทราบก่อน ดังนั้น ตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับประธานสภา และรองประธานสภา คนที่ 1 เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้ถูกต้องและรอบคอบต่อไป
ขณะที่นายบุญจง กล่าวว่า ตนขอฝากเรื่องความปลอดภัยในรัฐสภาที่มีมาตรการตรวจสอบเรื่องอาวุธอย่างเข้มข้น ถือว่าดีมาก แต่ขอให้ทำต่อเนื่อง เพราะหากมีเหตุยิง สส. ตายในรัฐสภา จะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก เพื่อจัดการเลือกตั้งซ่อม ดังนั้นขอให้ท่านทำเรื่องการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น เพราะหากเกิดเหตุในรัฐสภา จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายอย่างมาก



