ข่าวลือ ข่าวปล่อย บางครั้งก็เป็นควันความก่อนข่าวจริงมา ในพรรคภูมิใจไทย เขาพูดๆ กันว่า กลุ่มของ ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ไม่ค่อยจะกินเส้นกันในเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เรื่องที่ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เอาโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จากโกเกี๊ยะกลับมาดูแลเอง
อยู่ๆ ก็มีข่าว “ยืมมือจัดการ” กันอีก วันที่ 24 ก.ค. ระหว่างการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. …. มี สส.ภาคเหนือชื่อดัง สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นโน้ตที่เขียนด้วยลายมือให้กับ สส.จากพรรคประชาชน พร้อมกล่าวว่านี่เป็นข้อมูลที่ “มือทำงานเบื้องหลังคนสำคัญของนายเนวิน ชิดชอบ” ฝากมาให้

เสร็จสิ้น สส.พรรคประชาชน รายดังกล่าว ได้ลงมาแถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามต่อการทำงานของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ว่า คว้าน้ำเหลว จึงหันไปทำท่าเรือคลองเตย สานต่อ “Entertainment Complex” ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะทำเป็นท่าเรืออัจฉริยะ ก่อนที่ในช่วงเย็น “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จะแถลงยุติโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะผลศึกษาพบไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
เมื่อข่าวท่าทีเช่นนี้ออกมา ทำให้เป็นที่จับตา โยงถึงคดีฮั้ว สว. ทันที ว่าจะมีการโจมตีหรือตัดตอนทางการเมืองในภูมิใจไทยหรือไม่ ฝ่ายค้านยิ่งเชื่อว่า “คดีอาจเอาผิดได้เฉพาะพวกที่ไม่ใช่สีน้ำเงินเข้ม” จากการตรวจสอบ พบว่า สส. ที่แถลงข่าวเรื่องแลนด์บริดจ์ วันที่ 24 ก.ค. คือ “สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน

สำหรับเรื่องฮั้ว สว. “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ว่า “เห็นมีบางคนบอกว่า ผมพูดลอยๆ ไม่มีหลักฐาน เอาแค่คำคนอื่นมา งั้นเดี๋ยววันอาทิตย์นี้ เอาข้อมูลใหม่ก็ได้ครับ จะเชื่อผมหรือไม่เชื่อก็ได้ ถ้าคิดว่าไม่ถูกตรงไหนก็มาช่วยกันอธิบายครับ แต่หลังเสร็จงานวันอาทิตย์นี้ ผมเชื่อว่า เสียงที่บอกว่า ยิ่งชีพพูดลอยๆ น่าจะหมดไปแล้วล่ะ” ขณะที่พรรคประชาชน ได้แจ้งกำหนดการจัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” จัดโดย วิปฝ่ายค้าน ในวันอาทิตย์ 26 ก.ค. ในเวลา 09.00-12.00 น. อาคารรัฐสภา

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดการอบรมพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ หรือ โครงการ Democrat Internship Program (DIP) รุ่นที่ 16 และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ”การเมืองกับสังคมไทย” ตอนหนึ่งว่า ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังสังคมมีการวิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะการเลือกตั้งไม่สามารถจับการทุจริตได้ จับได้เพียง 1 เขต จาก 500 เขต ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตนให้กำลังใจ กกต. ในการทำหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ไม่คำนึงถึงบุญคุณ เพราะมิเช่นนั้น ประเทศจะเสียหาย
นายชวน ยังกล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ตนอ่านแล้ว หากไม่จริง ผู้ที่ร้องเรียนจะต้องติดคุกหัวโต แต่เชื่อว่า ผู้ที่แถลงข่าวกล่าวหาคงพอใจที่จะถูกฟ้องคดี เพราะเมื่อคดีขึ้นสู่ชั้นศาลแล้ว จะสามารถเรียกหลักฐานที่เคยขอแล้วไม่ได้ ถือเป็นการฟ้อง เพื่อให้ศาลออกหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือ หากมีการฟ้องแล้ว หลักฐานใดที่ยังไม่มีการส่ง ศาลก็จะเรียกพยานมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

“หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าในกระบวนการสอบสวนของ กกต.และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พาดพิงเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ดังนั้นบุคคลสาธารณะจึงควรออกมาชี้แจงมากกว่าเร่งดำเนินคดี ตอนนี้สังคมวิตกกังวลถึงกระบวนการการสอบสวนของ กกต. ที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดพิเศษขึ้นมา และมีกระแสข่าวรายงานว่าไม่มีผู้ใดผิดเลย ซึ่งค้านกับสิ่งที่สังคมรับรู้มาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมามีการนำเสนอหลักฐานต่างๆ ทั้งเส้นการเงิน การเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ภาพปรากฏการณ์ใช้โพย เป็นต้น
“ท้ายที่สุดหากมีการพิสูจน์ว่ามีการใส่ร้ายป้ายสี ก็ยังสามารถใช้สิทธิได้ แต่ผมเชื่อว่าคนที่ออกมาเปิดเผยไม่นึกสนุกแล้วพูดออกมา แต่เขามีฐานข้อมูล จากการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องออกมาชี้แจง ว่าในวันนั้นไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นตามที่ถูกกล่าวหา” ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยออกมาเป็นที่รับรู้กันในระดับหนึ่งแล้วโดยเฉพาะชั้นอัยการที่ส่งกลับมายัง DSI มีการระบุว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 กลุ่ม”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่า มี 2 เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามตรวจ และอยากให้รัฐบาลชี้แจงคือ โครงการTH-AI Passport และเห็นว่ามีปัญหา 2 ด้าน คือเรื่องความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและความเหมาะสมของโครงการและการใช้เงินภาครัฐ และอีกด้านหนึ่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอาจจะมีปัญหา มีการแข่งขันไม่เพียงพอ อีกเรื่องคือ เขากระโดง ที่มีการดำเนินการล่าช้าตามแนวทางคำวินิจฉัยของศาล เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็จะไปยื่นหนังสือต่อ รมว.มหาดไทย รัฐมนตรีรับทราบแล้วจะทำอะไรต่อไป
แค่หัวหน้ามาร์คเกริ่น กรมที่ดิน ก็ออกเอกสารข่าวชี้แจงการเพิกถอนรายแปลงที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว แต่ไม่อาจนำคำพิพากษาไปเพิกถอนที่ดินแปลงอื่นนอกเหนือจาก 3 คดีนี้ได้ ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ภาค 3 ไม่ได้วินิจฉัยครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5,083 ไร่ การอ้างว่าคำพิพากษานี้เป็นการยืนยันกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมดจึงเป็นการขยายความเกินขอบเขตของคำพิพากษา รฟท. ไม่สามารถนำผลของคำพิพากษาทั้ง 3 คดี ไปใช้กับที่ดินแปลงอื่น ๆ ได้ เนื่องจากการได้มาของที่ดินแต่ละแปลงมีความแตกต่างกัน
รฟท. ได้ฟ้องกรมที่ดิน ที่ 1 อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 2 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 3 เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 395/2568 เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง รฟท. ได้เป็นโจทก์ฟ้องประชาชนที่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณเขากระโดงจำนวน 24 คดี ประกอบไปด้วยที่ดินจำนวน 108 แปลง ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้มีหนังสือให้สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากกรมแผนที่ทหารร่วมทำการรังวัดจัดทำแผนที่พิพาทเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคดีของศาล
สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ได้รังวัดจัดทำแผนที่พิพาทแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงควรรอผลคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาล หากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นประการใด คู่ความทุกฝ่ายย่อมต้องผูกพันและปฏิบัติตาม อันจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับหลักประกันความเป็นธรรม
สำนักงาน กกต. ได้ออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่างลง จากการที่นายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย เสียชีวิต กกต. กำหนดให้ วันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. เป็นวันเลือกตั้ง และเปิดให้ผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ส.ค. ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมพุฒตาล ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี

“โฆษกกานต์” รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ค. เพื่อติดตามการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุจรวด BM-21 ตกใส่สถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จากการกระทำของกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปผลการช่วยเหลือ คือ สถานีบริการน้ำมัน ได้รับความเสียหายมูลค่าประมาณ 3.05 ล้านบาท โดยได้รับเงินชดเชยจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด จำนวน 1 ล้านบาท และได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท ปตท. จำนวน 2.05 ล้านบาท เปิดให้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 68
ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ได้รับความเสียหายมูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด จำนวน 9 ล้านบาท และกลับมาเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 68 จากการตรวจสอบกรณีความเสียหายของสถานีบริการน้ำมัน พบว่าคำขอในส่วนดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์การจ่ายเงินจากกองทุนฯ เนื่องจากเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจ และได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัย และรับความช่วยเหลือจากบริษัทต้นสังกัดแล้ว.
“ทีมข่าวการเมือง”



