เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินหมายเลขดำ 6/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดานายสามารถ, นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล อดีตประธานบริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เป็นร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท
โดยเวลา 08.50 น. นางวิลาวัลย์ แม่ของนายสามารถ ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเพียงคนเดียว โดยบอกว่าวันนี้แยกกันมากับลูกชาย และที่ผ่านมาเธอและลูกชายได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา พร้อมบอกว่าวันนี้เธอตั้งใจใส่ชุดสีขาวมา เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ยังไงศาลท่านต้องเมตตา เพราะความยุติธรรมมีจริง ที่นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ต้องช่วยคุณแม่แน่นอน

เมื่อถามถึงพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นางวิลาวัลย์ ระบุว่ามีการยื่นเพิ่มเติม แต่เป็นหน้าที่ของทนายความ แม่ไม่ได้รู้เรื่อง พร้อมย้ำว่าเธอและลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยังยืนยันว่าเป็นเงินบริจาคเพื่อทำบุญ อีกทั้งวันนี้เธอได้ดูดวงมา ทั้งดวงของเธอและลูกชาย ดวงบอกว่าชนะคดีแน่นอน
นางวิลาวัลย์ ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยและให้กำลังใจลูกชายมาโดยตลอด ซึ่งทั้งคู่ไม่ได้มีความกังวลอะไร และเมื่อจบคดีนี้เธอก็สนับสนุนให้ลูกชายกลับมาเล่นการเมืองต่อ เพื่อมาช่วยเหลือประเทศไทย
จากนั้นเวลา 09.05 น. นายสามารถ ได้เดินทางมายังศาล และให้สัมภาษณ์ว่า ยังยืนยันมาตั้งแต่ต้นและไม่เคยให้สัมภาษณ์เลยตั้งแต่ถูกกล่าวหา และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ซึ่งตนไม่ได้กระทำความผิดและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 พูดถึงหลักความยุติธรรม ตั้งแต่รัฐบาลและศาลต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าหลักนิติธรรมจะคุ้มครองประชาชนและให้ความยุติธรรมกับตน
เมื่อถามว่าถือเป็นการปฏิเสธข้อกล่าวหาใช่หรือไม่ นายสามารถ ระบุว่า ใช่ ตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากไปย้อนดูสิ่งที่ตนโดนเปรียบเทียบกับคนอื่น ตนคิดว่าควรเรื่องนี้รอให้ศาลวินิจฉัยและค่อยมาคุยกัน แต่ตนยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าไม่ได้กระทำความผิด เอาเป็นว่าถ้าใครมาเจอแบบตนจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร พร้อมให้รอคำพิพากษาก่อน สำหรับพยานหลักฐานที่ชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินนั้น ตนใช้ความจริงโดยประเด็นเรื่องการฟอกเงินต้องพูดถึงเจตนาพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ จะไปพูดว่าใครฟอกเงิน เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยมาคุยกัน

ส่วนคำถามว่าในวันนี้หากผลออกมาเป็นลบ ได้เตรียมหลักทรัพย์อะไรไว้หรือไม่ นายสามารถ ระบุว่า ตอนนี้ตนได้รับความเมตตาจากศาล และในเรื่องกระบวนการยุติธรรมต้องคิดว่าถ้าผลออกมาเป็นลบก็ต้องสู้ต่อ เพราะตนเชื่อมั่นในความยุติธรรม แต่ประเด็นสำคัญที่สุดคือหลักนิติธรรม หากวันนี้ตนโดนแบบนี้ ทุกคนก็ต้องโดนแบบตนเหมือนกัน เพราะกฎหมายต้องเสมอภาคและเท่าเทียม เช่นเดียวกับกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเสมอภาคและเท่าเทียมเช่นกัน
นายสามารถ ยังระบุด้วยว่า เรื่องของเส้นทางการเงินนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณแม่และไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีที่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงว่าคืออะไร ซึ่งยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นกระบวนการกลั่นแกล้ง พร้อมตั้งคำถามกลับว่าเรื่องการฟอกเงินทำไมถึงเป็นที่ตนคนเดียว ประเด็นในเรื่องของคดีมีการพิพากษาหรือยัง และคดีมูลฐานที่ตัดสินไปแล้วยังเป็นคดีฟอกเงินหรือไม่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายเรื่องปณิธานสีฟ้าว่าอยากให้ดูข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีที่มีผู้สื่อข่าวสอบถามว่าคุณแม่อยากให้กลับไปทำงานการเมือง มีความคิดเห็นอย่างไร นายสามารถ กล่าวว่า วันนี้ตนถูกตัดสินแล้วหรือยัง และในสภามีคนถูกตัดสินแล้วหรือยังก็ยังอยู่ ซึ่งหมายความถึงหลักนิติธรรมความเสมอภาคเท่าเทียม แต่สิ่งสำคัญที่สุดการจะเป็นนักการเมืองได้อยู่ที่พี่น้องประชาชน โดยตนคิดว่าถ้าวันหนึ่งได้รับความบริสุทธิ์และยุติธรรม ตนจะเอาตรงนี้มาต่อสู้ ซึ่งมีอีกหลายคนจำนวนมากที่เขายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนที่นายสามารถจะเดินเข้ามาที่ศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษา.



