เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เวลาประมาณ 02.00 น. ร.ต.ต.อานนท์ณัฏฐ์ คล้ายหิรัญ รอง สว.(ป) กก.2 บก.ปทส. ด.ต.วิศิษศักดิ์ กล้วยน้อย ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปทส., ด.ต.ภาสวร กวดสำโรง ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปปป. ช่วยราชการ กก.2 บก.ปทส. ได้ออกตรวจพื้นที่ทางหลวงหมายเลข 359 อ.เขาไม้แก้ว จ.ปราจีนบุรี รอยต่อ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจากประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย เพื่อผ่านไปยังประเทศที่สาม ต่อมาได้พบรถกระบะต้องสงสัย ทะเบียนสระแก้ว ขับมาด้วยความเร็ว และมีกระเป๋าสัมภาระอยู่ที่ท้ายกระบะอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้เปิดสัญญาณไฟวับวาบ และประกาศเรียกให้หยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด ได้เร่งความเร็วขับหนี จึงประสานขอกำลังเสริมเพื่อมาช่วยสกัดรถยนต์คันดังกล่าว

ระหว่างที่รอกำลังเสริมนั้น รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรเป็นส่วนมาก เมื่อถึงบริเวณทางเปลี่ยวท้ายหมู่บ้าน รถกระบะคันดังกล่าวได้เสียหลักจอดริมไหล่ทาง คนขับได้เปิดประตูหนีเข้าแปลงป่ายูคาข้างทาง เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตามตัวไปอย่างกระชั้นชิด จนสามารถจับกุมตัวได้ ส่วนบุคคลต่างด้าวที่นั่งโดยสารมาได้ ถือจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งไล่ติดตามคนขับ ต่างพากันกระโดดหลบหนีลงจากห้องโดยสารและกระบะท้าย วิ่งหลบหนีกันไปคนละทิศคนละทาง เข้าไปหลบซ่อนตัวในหมู่บ้าน และในแปลงเกษตรของหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานนายพชร การไชยแสง กำนัน ต.วังท่าช้าง ให้ช่วยนำกำลังเข้าติดตาม เนื่องจากเกรงว่าบุคคลต่างด้าวจะไปทำอันตรายต่อช่าวบ้านในพื้นที่ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง สามารถจับกุมตัวบุคคลต่างด้าวได้ทั้งหมด 10 ราย เป็นชาวบังกลาเทศ 9 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด มาตรวจสอบเอกสารการการเข้า-ออก ในราชอาณาจักร ปรากฏว่าบุคคลต่างด้าวทั้งหมดได้หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักอย่างผิดกฎหมาย จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน จ.ปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบปากสวนเบื้องต้น นายวิชาญ คนขับ ให้การว่า มีอาชีพเป็นหัวหน้าค่ายมวยแห่งหนึ่งใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้มารับจ้างรับส่งบุคคลต่างด้าวจากนายนะ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ได้ประมาณ 3 เดือน โดยได้ค่าจ้างเป็นเงินเที่ยวละ 5,000 บาท เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในค่ายมวย โดยได้รับบุคคลต่างด้าวมาจากแนวชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปส่งยังสถานีขนส่งในกรุงเทพฯ ส่วนบุคคลต่างด้าว ผู้ต้องหาที่ 2-11 ให้การว่าได้เข้ามาทำงานในประเทศกัมพูชา ส่วนใหญ่ทำงานเป็นช่างก่อสร้าง ได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย จะไปสถานทูตบังกลาเทศในประเทศไทย เพื่อเดินทางกลับประเทศของตน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป




