เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายวิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนทางการเงิน และในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ปปง. กล่าวว่า จากการตรวจสอบในระบบข้อมูลรายการทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D ของสำนักงาน ปปง. ไม่พบว่ามีรายการทรัพย์สินใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนักแสดงสาวและครอบครัวที่ถูกยึดและอายัดไว้ จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้มีการดำเนินการกับทรัพย์สินใดภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และก็ไม่ต้องเข้าชี้แจงที่มาที่ไปของทรัพย์สินกับ ปปง. เพราะโดยปกติแล้วหากใครถูกยึดอายัดทรัพย์สินมาถึงชั้นของ ปปง. ทางผู้เกี่ยวข้องจะมีหน้าที่ต้องโต้แย้ง คัดค้านเป็นหนังสือมายัง ปปง. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D ดังกล่าว ส่วนใหญ่พนักงานสอบสวนจะมีการส่งรายการทรัพย์สินมาในรูปแบบคดีอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเป็นทรัพย์สินของผู้ต้องหาแต่ละรายในสำนวนคดี

รองโฆษก ปปง. กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีคดีอาญาใดก็ตาม ที่พนักงานสอบสวนได้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ ก่อนส่งให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบ เนื่องจากพนักงานสอบสวนอาจพบว่าเป็นทรัพย์สินที่เชื่อได้ว่ามาจากการกระทำความผิดในคดีนั้น ๆ แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดี จะเป็นเหตุที่ทำให้จำเลยสามารถนำเอาคำพิพากษาศาลให้ยกฟ้องมายื่นขอปลดการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีต่อ ปปง. ได้หรือไม่นั้น ตนขออธิบายว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายของ ปปง. จะไม่ผูกติดกับคดีอาญา แม้ว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งยกฟ้องในคดีอาญา แต่ก็ไม่ได้มีผลผูกพันกับการดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายของ ปปง. ที่จะต้องนำส่งรายการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไปยังศาลแพ่ง เนื่องจากการรับฟังพยานหลักฐานมีความแตกต่างกันระหว่างแพ่งและอาญา อีกทั้งในกระบวนการของคดีอาญา เราจะเห็นได้ว่าในคดีอาญามันจะต้องเป็นกรณีที่ปราศจากข้อสงสัย แต่ในทางแพ่ง จำเป็นต้องใช้กระบวนการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน

โดยเฉพาะยิ่งคดีอาญานั้น หากศาลพิพากษาว่า “เป็นการยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย” เช่นนี้ตามประสาทั่วไป เราจะเรียกว่าไม่ใช่การยกขาด เพราะถ้าหากเป็นการยกขาด ศาลจะพิพากษาเลยว่าไม่มีความผิด ทั้งนี้ กรณีหากจำเลยที่ศาลได้ยกฟ้อง จะขอนำสำเนาคำพิพากษาศาลอาญาไปยื่นแสดงต่อศาลแพ่งเพื่อขอปลดบัญชีอายัดทรัพย์สินได้หรือไม่นั้น สามารถทำได้ แต่ต้องยื่นเอกสารมาเป็นบัญชีระบุพยานในคดีของศาลแพ่ง ซึ่งอำนาจและดุลพินิจพิจารณาจะเป็นของศาลแพ่ง โดยไม่มีผลผูกติดกับศาลอาญาเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีของดีเจแมน และใบเตย ที่ศาลอาญาก็ได้มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อปี 2567 ในระบบฐานข้อมูลของ ปปง. ก็ไม่มีรายการทรัพย์สินใดที่ถูกยึดอายัดมาถึงชั้นคณะกรรมการธุรกรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าทรัพย์สินจำพวกกระเป๋าแบรนด์เนมที่เคยปรากฏในข่าว อาจตกเป็นของกลางในคดีอาญาก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ยังเปิดเผยถึงกรณีการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก ภายหลังจากที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง และเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีการขอศาลเพิกถอนหมายจับ ทำให้นายแทนไท ไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหามีหมายจับศาลในคดีอีกต่อไป จึงเกิดคำถามถึงเรื่องที่นายแทนไท ได้เคยถูกยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในคดีไว้ก่อนหน้านี้ โดยสำนักงาน ปปง. ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่าอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก ในข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน

สำนักงาน ปปง. แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นมาตรการดำเนินคดีอาญากับบุคคล ซึ่งเป็นคนละกรณีกับมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ของสำนักงาน ปปง. โดยผลการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินรายนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก ในปัจจุบันศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 28 รายการ รวมมูลค่ากว่า 174 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 641/2566 คดีหมายเลขแดงที่ ฟ 22409/2567) และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว อนึ่ง การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของสำนักงาน ปปง. เป็นมาตรการทางแพ่ง ซึ่งไม่ผูกติดกับคดีอาญา โดยมุ่งเน้นดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งแตกต่างกับการดำเนินคดีอาญา ซึ่งมุ่งเน้นดำเนินการกับตัวบุคคลที่กระทำความผิด

ทั้งนี้ คดีของนายแทนไท ณรงค์กูล ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง คือ คดีพิเศษที่ 64/2567 ของดีเอสไอ ความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน จากการพัวพันเว็บไซต์หนังเถื่อน “movie2free” และพนันออนไลน์ โดยเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 69 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในกรุงเทพมหานคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้บางส่วน รวมถึงยังได้มีการตรวจยึดรายการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ อาทิ กระเป๋าถือของสตรี ยี่ห้อ Goyard, ยี่ห้อ Louis Vuitton, หุ่นยนต์ Ironman, ตุ๊กตาอาร์ตทอย เป็นต้น

จากนั้นในวันที่ 9 เม.ย.69 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สรุปและส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย (1 ในนี้คือนายแทนไท ณรงค์กูล ที่ขณะนั้นหลบหนีอยู่ต่างประเทศ) ในข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยสำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น ซึ่งในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบว่ามีการรับโอนเงินจากการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการจัดให้ประชาชนรับชมหรือรับฟังสื่อประเภทภาพยนตร์และรายการต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือผลประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่า เครือข่ายดังกล่าวดำเนินเว็บไซต์ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลจากต่างประเทศ รวมถึงมีการแฝงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาบนหลายเว็บไซต์ แม้ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีการเชื่อมโยง (Link) ไปยังบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจารได้ และมีการแฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ และการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ (URL Redirect) เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์ อีกทั้งยังมีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท

ซึ่งจากการขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการใช้บัญชีธนาคารเพื่อโอนและรับโอนเงิน รวมถึงการแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา และอำพรางเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จึงเป็นเหตุให้ดีเอสไอสั่งฟ้องนายแทนไท ณรงค์กูล พร้อมพวก รวม 11 ราย ต่ออัยการคดีพิเศษ แต่ปรากฏว่าต่อมาอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องนายแทนไท ณรงค์กูล แต่อธิบดีดีเอสไอเห็นแย้ง จึงส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด กระทั่งอัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งไม่ฟ้องนายแทนไท ณรงค์กูล เป็นเหตุให้นายแทนไท พ้นจากสถานะผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินจากการพัวพันเว็บไซต์หนังเถื่อน “movie2free” และพนันออนไลน์ทันที.