เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีญาติธรรมและพุทธศาสนิกชนและผู้ที่ทราบข่าว ต่างทยอยกันมาให้กำลังใจและติดตามคดีพิพาทที่ดินของวัด รวมทั้งการนำเครื่องไทยธรรมและน้ำดื่มมาถวายให้กับพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามและคณะสงฆ์ที่จำพรรษากันตามปกติ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด
ขณะที่ทางวัดได้ติดป้ายขอความร่วมมือให้กับญาติโยมที่มาพบเจ้าอาวาสในการห้ามไม่ให้ถ่ายคลิปภาพใดๆ ภายในกุฏิ และอนุญาตให้ถ่ายภาพนิ่งได้เท่านั้น รวมทั้งการงดการสอบถามเรื่องคดีพิพาทใดๆ กับเจ้าอาวาส รวมทั้งการขอความร่วมมืองดจำหน่ายอาหารทุกชนิดภายในบริเวณวัด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขณะที่พระครูอดุลสารนิเทศ มีสีหน้าที่แจ่มใส โดยออกมารับแขก และพูดคุยอย่างเป็นกันเอง และบอกกับญาติโยมว่าไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวล ก่อนออกไปรับกิจนิมนต์พร้อมพระสงฆ์รวม 9 รูป

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ขอหยุดพูดและไม่พูดถึงบุคคลที่สาม จึงไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนี้แล้วเพราะเรื่องอยู่ในชั้นศาล เราไม่สามารถพูดแทนศาล เรื่องนี้ต้องระวังตัวเพราะพูดไปพูดมาพาดพิงคนอื่นอาจจะโดนฟ้องได้ แล้วแต่ศาลท่านพิจารณา ส่วนเรื่องโฉนดจะมาขอดูทำไม ในเมื่อเปิดให้ดูแล้ว วันที่อยู่ที่ดินเรื่องก็จบเท่านั้น เรื่องจบอยู่ที่การเปิดเท่านั้น หลวงพ่อไม่อยากพูด และไม่เชื่อว่าเขาจะหยุด ก็แค่นั้น
“นักข่าวอาจจะได้มาอยู่กับหลวงพ่อเป็นเดือน อยากให้นักข่าวหาประเด็นข่าวด้านอื่นด้วย อย่าไปเล่นแค่ประเด็นปมขัดแย้งหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เราต้องสร้างประเด็นต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น หลวงพ่อจะเทศน์ในวันพฤหัสบดี ก็ขอให้มาทำข่าวด้วยเพื่อธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา อย่าไปซ้ำกับประเด็นเดิมเพราะจะทำให้คนเครียด เพราะยิ่งดูแล้วยิ่งเครียด”
เจ้าอาวาส กล่าวต่อว่า วัดได้นำป้ายมาติดไว้ที่หน้าวัดเนื่องจากได้ยินว่ามีแม่ค้าเข้ามาขายของในเขตวัด ซึ่งวัดเป็นเขตอภัยทาน ถ้าขายให้ขายนอกวัดได้เพราะชาวบ้านไม่รู้ว่าของฟรีหรือของขายเพราะบางครั้งชาวบ้านไปยืนทานแล้วก็ถูกคิดเงินเพราะคิดว่าเป็นของฟรี คือวัดไม่ใช่ที่ค้าขาย แต่ก็สงสารพ่อค้าแม่ค้าจึงขอให้ขายนอกวัด หรือขายข้างวัดตามที่เทศบาลให้ขายได้ จึงขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าที่จะมาขายของให้ไปขายข้างวัด แม้จะไม่กีดขวางแต่ก็ไม่งามซึ่งพ่อค้าแม่ค้าก็ให้ความร่วมมือออกไปขายด้านนอกกำแพงวัดด้วยความเต็มใจ



