เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากเพจบางระกำดราม่ารีเทิร์น กรณีความกังวลด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังมีข้อความสนทนาส่วนตัวระหว่างครูถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยมีการกล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งในการทำงาน หลังมีครูรายหนึ่งลาหยุดบ่อย จนเพื่อนครูต้องรับภาระสอนแทน และมีการนำเรื่องเข้าหารือกับผู้บริหารโรงเรียน

จากข้อมูลที่ได้รับ ระบุว่า ภายหลังครูรายดังกล่าวถูกตำหนิ ได้มีการส่งข้อความที่กล่าวถึงเรื่องอาวุธปืนและโทษจำคุกในลักษณะที่ทำให้เพื่อนครูบางรายเกิดความกังวลใจ โดยมีการส่งข้อความไปยังครูเป็นรายบุคคล ทำให้ครูบางส่วนรู้สึกหวาดกลัวและนำเรื่องไปปรึกษาครอบครัว ก่อนตัดสินใจเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ชุมแสงสงคราม เพื่อเป็นหลักฐานและแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า บุคคลในครอบครัวของครูรายดังกล่าวเคยเดินทางเข้ามาภายในโรงเรียนเป็นระยะ ทำให้ครูบางรายกังวลว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อร้องเรียนและความกังวลของผู้เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจตนาและรายละเอียดของข้อความทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายธวัช วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คุยม่วง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยผู้อำนวยการโรงเรียนเปิดเผยว่า ครูที่ถูกกล่าวถึงในข้อความได้ลากิจเพื่อไปสอบในช่วงเช้าวันนี้ และทางโรงเรียนกำลังรอให้เจ้าตัวกลับมาชี้แจงรายละเอียด

ผู้อำนวยการโรงเรียนระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบต้นสายปลายเหตุที่แน่ชัดว่าเรื่องราวเริ่มต้นจากอะไร และข้อความดังกล่าวหลุดออกไปสู่สังคมออนไลน์ได้อย่างไร แต่จากข้อมูลเบื้องต้นมองว่า อาจเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดหรืออารมณ์ชั่ววูบ และยังไม่ควรสรุปว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรง

ส่วนครูที่รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ชุมแสงสงคราม ไว้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการเพื่อเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่โรงเรียนจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการใด ๆ

นายธวัชกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยตรง และที่ผ่านมาโรงเรียนไม่ได้มีปัญหาด้านความปลอดภัย โดยโรงเรียนทำงานร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ รวมทั้งมีการอบรมมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น การ “หนี ซ่อน สู้” ให้กับบุคลากรและนักเรียน

ผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบเหตุการณ์รุนแรงหรือภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงภายในโรงเรียน และขอให้ผู้ปกครองอย่าเพิ่งตื่นตระหนก พร้อมยืนยันว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ โรงเรียนจะรอครูผู้เกี่ยวข้องกลับมาชี้แจง พร้อมรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่าย ก่อนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาข้อสรุปของเหตุการณ์อย่างเป็นธรรมและเหมาะสมต่อไป