กำลังเป็นกระแสที่ประชาชนต่างสนใจอย่างมากในขณะนี้ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 แมกนิจูด ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดนูซาเติงการาตะวันออก ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 รายแล้วนั้น
-ผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหว 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย พุ่งเกินครึ่งร้อย เล็งประกาศภาวะฉุกเฉิน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ได้เกิดกระแสแชร์ข้อมูลจาก “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” ที่ได้ออกมาให้ข้อมูล ระบุว่า “สิ่งที่ประชาชนไทยควรเฝ้าระวังกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปทั่วโลกในปี 2569” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และส่งเสริมการเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกต้องโดยไม่ตื่นตระหนก
จากข้อมูลที่รวบรวมถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไป มีจำนวน 11 ครั้ง ใน 9 ประเทศและพื้นที่ โดยเหตุการณ์ที่มีขนาดสูงสุดคือ แผ่นดินไหวขนาด 7.8 บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดเป็นแผ่นดินไหวขนาด 7.7 บริเวณฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 04.58 น. ตามเวลาประเทศไทย
1.แผ่นดินไหวส่วนใหญ่ของโลกไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่กระจุกตัวตามแนวรอยต่อแผ่นธรณีภาค หรือ Plate Boundaries โดยเฉพาะบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แผ่นธรณีภาคชนกัน มุดตัว แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน การสะสมและปลดปล่อยพลังงานตามแนวรอยเลื่อนจึงทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟบ่อยกว่าพื้นที่ภายในแผ่นธรณีภาค
2.คำว่า “ขนาดแผ่นดินไหว” หรือ Magnitude หมายถึงขนาดของแหล่งกำเนิดและพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา โดยเหตุการณ์ขนาดใหญ่ในปัจจุบันมักรายงานด้วยมาตราโมเมนต์แมกนิจูด หรือ Mw มากกว่าการใช้คำว่า “ริกเตอร์” ขณะที่ ความรุนแรงของการสั่นสะเทือน หรือ Intensity จะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากศูนย์เกิด ความลึก ลักษณะดินและหิน ตลอดจนรูปแบบและมาตรฐานของอาคาร
3.ตัวเลขขนาดในประกาศระยะแรกอาจแตกต่างจากตัวเลขที่ปรับปรุงภายหลังได้ เช่น หน่วยงานไทยรายงานเหตุการณ์ล่าสุดในระยะแรกที่ขนาด 7.5 ขณะที่ BMKG และ USGS ปรับปรุงข้อมูลเป็นขนาด 7.7 เมื่อได้รับข้อมูลจากสถานีตรวจวัดเพิ่มขึ้น ความแตกต่างดังกล่าวเป็นกระบวนการปรับค่าทางวิทยาศาสตร์ และไม่ได้หมายความว่าเป็นเหตุการณ์คนละเหตุการณ์
4.แผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดสึนามิทุกครั้ง การเกิดสึนามิขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความลึก กลไกการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน และการยกหรือทรุดตัวในแนวดิ่งของพื้นทะเลอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้มวลน้ำปริมาณมากเคลื่อนตัวออกจากจุดกำเนิด
5.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประเมินว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวบริเวณฟลอเรสอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 3,373 กิโลเมตร และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ตามข้อมูลที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ดังนั้น ประชาชนไทยยังไม่ควรตื่นตระหนกหรือดำเนินการอพยพจากเหตุการณ์นี้ เว้นแต่จะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากหน่วยงานทางการ
6.ประเทศไทยมีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง 16 กลุ่ม และพื้นที่ใกล้แนวรอยเลื่อนในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และบางส่วนของภาคใต้ ควรมีการเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้พื้นที่ดินอ่อนหรือพื้นที่ลุ่มสามารถขยายการสั่นสะเทือนได้ ทำให้ประชาชนในอาคารสูงอาจรับรู้การแกว่งจากแผ่นดินไหวระยะไกลได้ชัดเจนกว่าบางพื้นที่

สิ่งที่ประชาชนไทยควรพึงระวังและเตรียมพร้อม
1.ไม่ตีความว่าแผ่นดินไหวหลายครั้งทั่วโลกเป็นสัญญาณว่าแผ่นดินไหวใหญ่กำลังจะเกิดในประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้ใช้สำหรับการติดตามและประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่คำพยากรณ์ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุวัน เวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และหน่วยงานท้องถิ่นเท่านั้น
2.เมื่อเกิดการสั่นไหว ให้ “หมอบ–ป้อง–เกาะ” หมอบลงกับพื้น ป้องกันศีรษะและลำคอ หลบใต้โต๊ะที่แข็งแรงและยึดเกาะไว้ อยู่ห่างจากกระจก ตู้ ชั้นวางของ และสิ่งของที่อาจหล่น ไม่วิ่งกรูไปยังบันได และไม่ใช้ลิฟต์ขณะอาคารกำลังสั่น เมื่อแรงสั่นหยุดแล้วจึงออกจากอาคารอย่างเป็นระเบียบตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
3.ผู้ที่อยู่ในอาคารสูงควรตั้งสติและไม่ประเมินอันตรายจากความรู้สึกแกว่งเพียงอย่างเดียว อาคารสูงอาจตอบสนองต่อคลื่นแผ่นดินไหวคาบยาวและแกว่งต่อเนื่องได้ แม้ศูนย์เกิดจะอยู่ห่างออกไป ควรหลีกเลี่ยงหน้าต่างและวัตถุแขวน รอจนแรงสั่นหยุด ตรวจสอบรอยแตกร้าว ความเสียหายของเสา คาน ระบบไฟฟ้า ก๊าซ และลิฟต์ และไม่กลับเข้าอาคารที่มีความเสียหายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ
4.ประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งอันดามันต้องรู้จักสัญญาณธรรมชาติของสึนามิ หากรู้สึกถึงแผ่นดินไหวรุนแรงหรือสั่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เห็นน้ำทะเลลดลงหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือได้ยินเสียงคำรามจากทะเลให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่สูงหรือเข้าไปด้านในแผ่นดินทันทีเมื่อสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่รอประกาศเตือนเพราะสึนามิจากแหล่งกำเนิดใกล้ชายฝั่งอาจเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่กี่นาที และคลื่นลูกแรกอาจไม่ใช่คลื่นที่สูงที่สุด
5.เตรียมความพร้อมระดับครอบครัวอย่างน้อย 72 ชั่วโมง จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินหรือ Go Bag ซึ่งประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย นกหวีด วิทยุหรือโทรศัพท์พร้อมพาวเวอร์แบงก์ สำเนาเอกสารสำคัญ และของจำเป็นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง พร้อมกำหนดจุดนัดพบและช่องทางติดต่อของสมาชิกในครอบครัว
6.เตรียมบ้านและสถานที่ทำงานให้ปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ ยึดตู้ ชั้นวาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของหนักเข้ากับผนัง ไม่วางของหนักเหนือเตียงหรือบริเวณทางออก ตรวจสอบเส้นทางหนีภัย และร่วมซ้อมแผนแผ่นดินไหวของบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน โรงพยาบาล และชุมชนอย่างสม่ำเสมอ
“เราอาจหยุดแผ่นดินไหวไม่ได้ แต่เราสามารถลดความสูญเสียได้ ด้วยความรู้ การเตรียมพร้อม และการลงมือทำตั้งแต่วันนี้” ผศ.ปัญจพาณ์ สุขโข..
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ



