เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ขณะที่ พ.ต.ท.เศรษฐวิทย์ คุณเศรษฐ์ สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยโนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มี นางสมควร ดุมรถ อายุ 45 ปี ชาวบ้านโคกนาคลอง หมู่ 8 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมพวกรวม 4 คน แจ้งว่า นายหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง อายุประมาณ 40 ปี เพื่อนบ้าน ใช้มีดแหลมผูกกับปลายลำไม้ไผ่ แทงหมาของตน ซึ่งนอนอยู่ที่หน้าบ้านจนตาย เหตุเกิดเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

นางสมควร เล่าว่า ตนเลี้ยงหมาพันธ์ุไทยไว้ 3 ตัว เจ้าเสือเป็นสุนัขพันธ์ุไทย เพศเมีย อายุ 2 ปีครึ่ง เคยมีลูกแล้ว 1 ครอก ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.40 น. ขณะที่ตนนั่งประชุมคอนเฟอเรนซ์อยู่หน้าบ้าน มองเห็นเจ้าเสือนอนกับหมาอีกตัวอยู่บริเวณนอกรั้วหน้าบ้าน ต่อมาเห็นนายหนึ่ง เดินถือไม้ไผ่ยาวประมาณ 3 เมตร มีมีดแหลมต่อกับปลายไม้ ดัดแปลงเป็นง้าว เดินมุ่งไปที่เจ้าเสือ หมาตัวแรกได้ยินเสียงก็ลุกยืนขึ้นมองและวิ่งหนีไป ส่วนเจ้าเสือลุกช้า เป็นจังหวะที่นายหนึ่งใช้มีดแหลมแทงคอเจ้าเสือ ทำให้เจ้าเสือร้องและเลือดไหลออกจากคอ เจ้าเสือวิ่งเข้าบ้านมานอนดิ้นทุรนทุราย ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ไม่นานก็นอนตายจมกองเลือดอยู่โรงรถ ส่วนนายหนึ่งพอแทงเสร็จก็ถือไม้วิ่งหลบหนีไปเพราะว่าเห็นตน

นางสมควร เล่าต่อว่า รู้สึกสงสารเจ้าเสือมาก หมาไม่ได้เห่าเลย นอนอยู่เฉยๆ ก็โดนแทง ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามไปบ้าน บอกพ่อแม่นายหนึ่งว่า นายหนึ่งไปแทงหมาที่บ้านตาย พ่อแม่นายหนึ่งก็ตกใจ เพราะเมื่อกี้นายหนึ่งยังมากินน้ำที่บ้านอยู่เลย  ตนได้ฝังเจ้าเสือไว้สวนหลังบ้านตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ซึ่งพฤติกรรมของนายหนึ่ง จะไม่หลับไม่นอนในเวลากลางคืน ชอบเดินถือไม้ไผ่ผูกปลายด้วยมีดแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต เดินไปเรื่อยๆ รอบหมู่บ้าน เห็นหมาที่ไหนก็จะแทง จะฟัน  บางตัวก็ตาย บางตัวก็บาดเจ็บสาหัส บางตัวก็พิการ บางครั้งก็ฟันคนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครแจ้งความ และเจ้าของหมาก็ไม่ได้ไปแจ้งตำรวจเช่นกัน  

“นอกจากจะแทงฟันหมาชาวบ้านแล้ว ก็เคยก่อเหตุฟันเพื่อนบ้าน แต่ผู้บาดเจ็บไม่ไปแจ้งความ นอกจากนี้ยังลักขโมยตัดเอาเครือกล้วยในสวนชาวบ้านไป  เมื่อคืนหลังเกิดเหตุ ได้ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งได้รายงานให้ทางอำเภอรับทราบแล้ว ซึ่งแจ้งว่าได้ส่งรายชื่อนายหนึ่งไปที่อำเภอแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ จะให้ความร่วมมือยินยอมให้เอาลูกไปรักษาหรือไม่  หลังเหตุการณ์นี้จะเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่าก็แค่หมา ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ แม้จะเป็นหมาเลี้ยงมาก็รัก ซึ่งตนไม่รู้ว่านายหนึ่งข้องเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ แต่เป็นอันตรายกับชาวบ้านผู้หญิงและเด็ก อยากให้เจ้าหน้าที่เอาตัวไปรักษา หรือให้ตำรวจคุมตัวไปดำเนินคดี” 

นางบุญยัง ชมภูเขา อายุ 62 ปี เล่าว่า ตนเลี้ยงหมาเพศผู้ พันธ์ุไทย ชื่อ “เจ้าโกโก้”  อายุ 2 ปี  เมื่อ 4 วันก่อน ตนไปตัดไม้มาเผาถ่าน กลับมาบ้านช่วงค่ำ เห็นเจ้าโกโก้ถูกฟันท้อง ไส้ทะลักออกมา กระเพาะขาด นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน เจ้าโกโก้ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตนรู้สึกสงสารเจ้าโกโก้มาก ไม่นานเจ้าโกโก้ก็วิ่งไปสวนหลังบ้านตามหาเจ้าของ สุดท้ายไปนอนตายอยู่ใกล้กับบ่อเลี้ยงกบ ตนไม่เห็นคนก่อเหตุฟันหมา แต่ก็คิดว่าต้องเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุฟันเจ้าเสือ  เพราะในหมู่บ้านจะมีคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่ชอบฟันและแทงหมา  หลังหมาตายบอกให้สามีขุดหลุมฝังเจ้าโกโก้บริเวณสวนกล้วย

“นายหนึ่งจะไม่หลับไม่นอน จะเดินตลอดคืนทำให้หมาเห่า ทำให้ตนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตนก็จะถามว่าเดินทำไมทั้งคืน ทำให้ตนไม่ได้หลับไม่ได้นอน บ้านอยู่ห่างกัน 3 หลังคาเรือน รู้สึกกลัว เพราะนายหนึ่งมีพฤติกรรมฟันและแทงหมามานานประมาณ 10 ปีแล้ว ตนเห็นฟันเจ้าอาร์มี่กับตา เวลาเดินผ่านมาหน้าบ้าน จะมีหมาเห่าก็จะใช้มีดฟันและแทง อยากให้พ่อแม่นายหนึ่งสั่งสอนลูก ไม่ให้ทำร้ายสัตว์เลี้ยงคนอื่น”

นางจันทร์เพ็ญ ผ่านแสนเสาร์ อายุ 57 ปี เล่าว่า ตนเลี้ยงหมาพันธ์ุไทย ตัวผู้ อายุ 2 ปี ชื่อ “เจ้าเพชร” เมื่อ 2 เดือนก่อน นายหนึ่งเดินถือไม้ไผ่ปลายพันด้วยมีดแหลมผ่านหน้าบ้าน เจ้าเพชรได้เดินตามนายหนึ่งไป จึงโดนนายหนึ่งใช้มีดฟันบริเวณท้องจนไส้ไหลออกมา และบริเวณสีข้างด้านขวารวม  2 แผลบาดเจ็บสาหัส  เจ้าเพชรร้องด้วยความเจ็บปวด วิ่งเข้าไปในบ้าน ตนได้รักษาเจ้าเพชรเองที่บ้าน รักษาแบบตามมีตามเกิด โดยการยัดไส้กลับเข้าไป เอายามาทา แล้วเอาพลาสเตอร์ปิดแผลไม่ให้แมลงตอม เจ้าเพชรสลบ 2 ครั้ง  ซึ่งเจ้าเพชรก็รอดตายหายดีมาจนทุกวันนี้ แต่เจ้าเพชรจะมีความหวาดกลัว และไม่กล้าเข้าใกล้คนแปลกหน้า

“อยากให้พ่อแม่นายหนึ่งตักเตือนลูกด้วย ถ้ามาก่อเหตุทำร้ายหมาที่บ้านอีก จะเอาเรื่องจนถึงที่สุด เพราะนายหนึ่งก่อเหตุทำร้ายหมามานานแล้ว หมาใคร ใครก็รัก เพราะเลี้ยงมาด้วยความรัก”