เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ส.ค. 2569 ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี พระอาจารย์ศักดา สุนฺทโร จากวัดท่าเส้น จ.ตราด เดินทางมาร่วมไว้อาลัยแก่ครูและนักเรียนที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยพระอาจารย์ศักดาได้นั่งสวดมนต์บริเวณจุดที่ประชาชนและลูกศิษย์นำช่อดอกไม้มาวาง เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้สูญเสีย

พระอาจารย์ศักดา กล่าวว่า วันนี้มีโอกาสเดินทางมาร่วมไว้อาลัยกับเด็กนักเรียนและคุณครูที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิง พร้อมนั่งสวดมนต์เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความสูญเสียที่น่าสลดใจ และทุกฝ่ายควรร่วมกันนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

พระอาจารย์ศักดา กล่าวว่า ขณะนี้ทุกโรงเรียนจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยก่อนที่เด็กจะเข้าโรงเรียน อยากให้เด็ก ๆ ทุกคนอดทนและให้ความร่วมมือกับโรงเรียน แม้อาจต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาสภาวะจิตใจของคนได้ และไม่สามารถประเมินได้ว่าเด็กแต่ละคนเดินทางมาจากบ้านด้วยสภาพจิตใจอย่างไร

“เราไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขอะไรได้ แต่เราจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ เปรียบเหมือนก่อนขึ้นเครื่องบินที่ต้องตรวจเช็กทุกอย่างให้เรียบร้อย การไปส่งลูกที่โรงเรียน บางครั้งพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับลูกกลับบ้านในช่วงเย็นหรือไม่ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย”

พระอาจารย์ศักดา กล่าวอีกว่า นักเรียนและผู้ปกครองอาจต้องอดทนและใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก่อนเข้าโรงเรียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้อย่างรอบคอบ วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยมโรงเรียน และมีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ก่อนเดินทางกลับ จ.ตราด จึงแวะมาที่โรงเรียนเพื่อระลึกถึงทุกชีวิตที่สูญเสีย

“ขอให้ทุกคนมีความมั่นใจในการร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคม ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้ทุกคนตั้งใจสร้างความดีร่วมกัน และส่งต่อความดีไปยังผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเราจะตั้งใจไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก”

ขณะที่นักเรียนรายหนึ่ง กล่าวถึงประเด็นการบูลลี่ภายในโรงเรียนว่า ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเด็กไปบอกครูแล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือถูกครูซ้ำเติมนั้น ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะจากประสบการณ์ที่เรียนมา ครูทุกคนพร้อมให้ความช่วยเหลือเด็กอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะครูที่เสียชีวิต ซึ่งทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือนักเรียน เพราะครูมองว่าปัญหาของเด็กคือปัญหาของลูกตัวเอง

นักเรียนกล่าวว่า แม้ตนเองจะเรียนไม่เก่งและสอบตกวิชาภาษาไทยอยู่บ่อยครั้ง แต่ครูก็จะคอยติดตามงาน ให้โอกาสแก้ไขและเพิ่มคะแนนอยู่เสมอ จึงไม่เชื่อว่าการบูลลี่หรือความโกรธแค้นจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอในการก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้

“ถ้าจะเอาการบูลลี่หรือความโกรธเกลียดมาเป็นแรงจูงใจในการทำร้ายกัน ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีที่จะมาทำแบบนี้ เพราะถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ทำไมคนที่ก่อเหตุถึงทำร้ายทุกคนที่ขวางหน้า ทำไมไม่ทำเฉพาะคนที่ตัวเองเครียดแค้น แต่กลับทำร้ายทุกคน ตนเองก็ไม่เข้าใจ”

นักเรียนรายดังกล่าวยังมองว่า ลักษณะการก่อเหตุมีเจตนาที่ชัดเจน โดยยกกรณีเหตุการณ์ภายในบ้านว่า ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงปู่ขณะทำกับข้าวอยู่ในครัวจากด้านหลัง รวมถึงกรณีย่าที่นอนอยู่ จึงมองว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาฆ่า ไม่ใช่เพียงการกระทำจากความแค้นหรืออารมณ์ชั่ววูบ

นอกจากนี้ นักเรียนยังตั้งข้อสังเกตว่า หลังเกิดเหตุที่บ้าน ผู้ก่อเหตุยังเดินทางมาเรียนตามปกติในช่วงเช้า และเรียนไปประมาณ 2 คาบ ก่อนจะเริ่มก่อเหตุภายในโรงเรียน จึงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวมีการคิดและวางแผนมาก่อน ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน พร้อมมองว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีทักษะการใช้อาวุธปืนอยู่ในระดับหนึ่ง เนื่องจากลักษณะการยิงแต่ละนัดส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต