เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากรณีการออกเอกสารสิทธิในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) โดยมิชอบ ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ส.ป.ก. และตัวแทนภาคประชาชนเข้าชี้แจง ในวันอังคารที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมานายสุไอนี เจริญสุข ตัวแทนกลุ่มรักษ์เขาไผ่ เปิดเผยข้อมูลสุดสะเทือนใจว่า ได้ติดตามปัญหามาตลอดตั้งแต่เกิดเหตุเผาป่าที่ลำห้วยช้างตายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำของน้ำตกโกรกหมาตาย โดยพบการรังวัด ส.ป.ก. ทับลำห้วยเต็มๆ แม้เลขาฯ ส.ป.ก. จะรับปากว่าจะเพิกถอนและคืนพื้นที่ให้ป่าไม้ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค.กลับพบว่ามีการบุกรุกเข้าไปปลูกมันสำปะหลังอย่างหน้าตาเฉย

ด้านตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าบางละมุง ยังได้แฉพฤติกรรมส่อพิรุธของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ลักไก่สวมสิทธิ: พื้นที่ป่าที่ศาลพิพากษาให้ยึดคืน กลับมีไอ้โม่งเอาชื่อคนไปสวมสิทธิ คทช.ฮุบที่คืนป่า ซึ่งแผนที่ระบุชัดว่าคืนป่าและปลูกป่าแล้ว สุดท้ายก็เอาชื่อคนไปเสียบรับสิทธิ คทช. หน้าตาเฉย ปล่อยผีแก๊งรุกป่าใหม่ พบคนรุกป่าใหม่ 8 จุด ผอ.ป่าไม้เคยขู่ว่าถ้าโครงการ คทช. ไม่เกิดภายในปี 68 จะจับดำเนินคดี แต่ตอนนี้กลับนิ่งเงียบ แถมเอาชื่อไปใส่รอรับสิทธิ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลใหม่สุดช็อก เมื่อ “เมืองพัทยา” มาขอใช้พื้นที่ป่า 2 จุด จุดแรกมีพื้นที่ 40 ไร่ ติดน้ำตกห้วยน้ำขาวและโกรกหมาตาย เพื่อไปทำ “สถานที่เลี้ยงสุนัข” และอีกจุดขอป่าไปทำ “บ่อเผาขยะ” กลายเป็นคำถามตัวโตว่า เอาป่าต้นน้ำไปทำบ่อขยะและที่เลี้ยงสุนัขได้อย่างไร

“ลำห้วยสายเนี้ยเป็นเส้นเดียวที่มีเห็ดแชมเปญทุกปีแต่ปีนี้ไม่มีเลย เพราะว่ามันมีการทำลายป่าต้นน้ำตรงนั้นตอนที่ไปยึดคืนเค้าบอกเมื่อก่อนป่าตรงนี้มันสมบูรณ์ขึ้นไปหมดเลย”

ด้านนายชีวะภาพ ได้โชว์ภาพถ่ายทางอากาศ ชุดแรกกลางวง ล็อกคอขบวนการฮุบป่า พร้อมตั้งคำถามแทงใจดำว่า ในยุคที่ประกาศเป็นป่าโบราณ มันจะมี ส.ค.1 โผล่มาได้อย่างไร ซ้ำร้ายยังมีการนำพื้นที่ไปทำสนามกอล์ฟ ยึดครอบครองกันทั้งภูเขาแบบไม่กลัวฟ้ากลัวดิน ไม่สนระเบียบกฎหมาย หรือแม้แต่เสียงคัดค้านของชาวบ้าน พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าคุ้มครองเก่า เป็นพื้นที่สงวน การไปแจ้ง ส.ค.1 ถือเป็นการออกโดยมิชอบ ส่งผลให้เอกสารโฉนด หรือ น.ส.3 ที่งอกตามมา ถือเป็นของเถื่อนทั้งหมด

ประธาน กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ยังได้สั่งนัดประชุมด่วนรอบหน้า ดึงคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เข้าร่วมชำแหละข้อมูล พร้อมสั่งการบ้านให้ คทช.ชลบุรี และกรมป่าไม้ ไปงัดข้อมูลพื้นที่และคดีความเก่ามาแฉให้หมดบนโต๊ะพร้อมเตือนสติหน่วยงานรัฐและนายทุนว่า ทางน้ำธรรมชาติเป็นสมบัติร่วมกันของมนุษยชาติจะมาแอบอ้างปิดกั้น สร้างฝาย หรือถมหินเพื่อเก็บน้ำเอาดื้อๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้เด็ดขาด เอกสารสิทธิทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น โฉนด น.ส.3, ส.ป.ก. หรือ คทช. ต้องกันพื้นที่ทางน้ำและทางสาธารณะออกให้หมด โดยเฉพาะแปลงปัญหาอย่าง 710/3 ที่ ส.ป.ก. กันออกไปแล้ว แต่แปลง 710/1 ยังมีข้อกังขา ทางคณะกรรมาธิการต้องจัดทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันให้สิ้นสงสัย

“พื้นที่ส่วนไหนที่ส่งให้ ส.ป.ก. ไปแล้ว หากพบว่าล้ำแนวเขตป่า ต้องสั่งเพิกถอน ทันที และหลังจากเพิกถอนแล้ว หากใครหน้าไหนยังกล้าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน กรมป่าไม้ต้องงัดกฎหมายเข้าจัดการขั้นเด็ดขาด จะมาทำเกียร์ว่างนิ่งเฉยไม่ได้ เพื่อรักษาป่าเขาไผ่ ถือเป็นป่าต้นน้ำผืนเดียวของพัทยา ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้คงอยู่ตลอดไป”