เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและการลดน้ำหนัก และอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพชื่อดัง ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับความดัน ผ่านเพจหมอเจด โดยระบุว่า
เช้านี้ใครมีเครื่องวัดความดัน ลองวัดดูครับ ได้เท่าไหร่กันบ้าง?
บางคนตื่นมาวัดได้ 142/88 , 145/90 , 150/92
แต่พอสายๆ หรือช่วงบ่ายกลับลงมา 120–130 กว่าๆ ก็เลยเริ่มสงสัยว่า “ถ้าสูงเฉพาะตอนเช้า แบบนี้ถือว่าผิดปกติไหม?”
จริง ๆ ตอนเช้าร่างกายเรามีช่วงที่ความดัน “ขยับขึ้น” ตามธรรมชาติครับ เพราะระบบประสาท sympathetic ตื่นตัวมากขึ้น ฮอร์โมนอย่าง cortisol และ catecholamines เพิ่ม หัวใจบีบตัวแรงขึ้น และหลอดเลือดหดตัวมากขึ้นเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมเริ่มวัน
แต่ถ้าทุกเช้าความดันขึ้นไป 140+ ซ้ำ ๆ ขณะที่ช่วงอื่นดูปกติ แบบนี้ไม่ควรดูผ่านครับ เพราะอาจเป็นลักษณะของ Morning Hypertension หรือความดันช่วงเช้าที่สูงกว่าที่ควร
แล้วแบบไหนแค่ขึ้นชั่วคราว แบบไหนควรจริงจัง วันนี้ผมสรุปให้ครับ
1️⃣ วัดครั้งเดียวได้ 140+ ยังไม่ต้องตกใจ แต่ต้องวัดให้ถูกก่อน ความดันหนึ่งครั้งไม่ได้ใช้ตัดสินว่าเป็นโรคครับ
ถ้าตื่นมาแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำ คุยโทรศัพท์ ขึ้นบันได ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ แล้วจับเครื่องวัดทันที ตัวเลขก็อาจสูงกว่าความเป็นจริงได้
วิธีที่ดีกว่าคือ หลังตื่น เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย แล้วนั่งพักเงียบ ๆ ประมาณ 5 นาที จากนั้นวัด 2 ครั้งห่างกันประมาณ 1 นาที แล้วจดค่าไว้ครับ
ถ้าครั้งแรก 145 แต่ครั้งต่อมา 130 กว่า ๆ ก็เป็นข้อมูลคนละแบบกับคนที่วัดซ้ำแล้วยัง 145–150 ทุกครั้ง
2️⃣ถ้าทุกเช้า 140+ ต่อเนื่องหลายวัน แม้กลางวันปกติ ควรสนใจ
ตรงนี้ต่างจากสูงครั้งเดียวครับ
ถ้าวัดอย่างถูกต้องแล้วพบว่าเช้าส่วนใหญ่อยู่แถว 140 ขึ้นไป แต่ช่วงบ่ายหรือตอนเย็นกลับปกติ เราต้องมอง “รูปแบบทั้งวัน” มากขึ้น
เพราะความดันสูงไม่จำเป็นต้องสูงเท่ากัน 24 ชั่วโมงครับ และความดันช่วงเช้าที่สูงซ้ำ ๆ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว โดยเฉพาะถ้ามีความดันกลางคืนสูงหรือความดันไม่ลดลงตามปกติขณะนอนร่วมด้วย
ดังนั้นคำตอบคือ ไม่ต้องกลัวจากเลข 140 ครั้งเดียว แต่ถ้าเป็นทุกเช้า ไม่ควรชะล่าใจครับ
3️⃣ ทำไมช่วงเช้าความดันถึงพุ่งกว่าช่วงอื่น?
ตอนใกล้ตื่น ร่างกายกำลังเปลี่ยนจากโหมดนอนเป็นโหมดพร้อมใช้งานครับ
ระบบ sympathetic ทำงานมากขึ้น ชีพจรและแรงบีบตัวของหัวใจเพิ่ม หลอดเลือดมีความตึงตัวมากขึ้น ฮอร์โมน cortisol และ catecholamines เพิ่มขึ้นตามนาฬิกาชีวิต
ทั้งหมดนี้ทำให้ความดันช่วงเช้าขยับขึ้นได้ เหมือนเปิดร้านตอนเช้าครับ พนักงานมาเปิดไฟ เปิดแอร์ เปิดเครื่องทุกอย่างพร้อมกัน ระบบเลยใช้พลังมากกว่าตอนร้านปิด
ปัญหาเกิดเมื่อร่างกาย “เร่งเครื่องแรงเกินไป” หรือพื้นฐานความดันสูงอยู่แล้วครับ
4️⃣ บางคนกลางวันดูปกติ เพราะยาความดันคุมได้ไม่ครบ 24 ชั่วโมง
ถ้ากินยาความดันอยู่แล้ว แต่ตื่นมาค่าสูงทุกเช้า สิ่งหนึ่งที่แพทย์จะดูคือ ฤทธิ์ของยาครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น กินยาตอนเช้า กลางวันคุมดี ช่วงกลางคืนฤทธิ์เริ่มลด พอใกล้เช้าความดันเลยกลับขึ้น
ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าควรย้ายเวลากินยาหรือเพิ่มยาเองนะครับ เพราะยาความดันแต่ละชนิดออกฤทธิ์ต่างกัน และการปรับเวลาต้องดูทั้งความดันกลางวัน กลางคืน โรคประจำตัว และความเสี่ยงความดันต่ำร่วมด้วย สิ่งที่ช่วยที่สุดคือจดค่าตอนเช้าและเย็นแล้วเอาให้แพทย์ดูครับ
5️⃣ นอนกรนและ Sleep Apnea เป็นตัวที่ไม่ควรมองข้าม
ถ้ามีภาพแบบนี้ ตื่นเช้าความดันสูง กรนดัง มีคนบอกว่าหยุดหายใจตอนหลับ
ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดหัวตอนเช้า กลางวันง่วงมาก
ผมอยากให้นึกถึง Obstructive Sleep Apnea ครับ
เวลาหยุดหายใจระหว่างหลับ ออกซิเจนลดลง ร่างกายจะกระตุ้นระบบ sympathetic ซ้ำ ๆ ตลอดคืน
เหมือนนอนอยู่ แต่ร่างกายถูกปลุกให้ “ตกใจ” เป็นสิบเป็นร้อยรอบ
ผลหนึ่งที่ตามมาคือความดัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและตอนเช้า อาจคุมยากขึ้นครับ
6️⃣ มื้อเย็นเค็ม แอลกอฮอล์ นอนน้อย และความเครียด ก็มีส่วนได้
บางคนไม่ได้เป็นทุกวันครับ แต่วันที่เมื่อคืนกินหมูกระทะ ซดน้ำซุป กินของเค็ม ดื่มแอลกอฮอล์ นอนตี 2 รุ่งเช้าความดันขึ้นทันที
โซเดียมที่มากเกินทำให้ร่างกายกักน้ำและเพิ่มความดันได้ในคนที่ไวต่อเกลือ ส่วนการนอนน้อย ความเครียด คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ก็มีผลต่อความดันเช่นกัน
เพราะฉะนั้นเวลาจดความดัน ผมชอบให้จดพฤติกรรมเมื่อคืนไว้ด้วย บางทีเลขไม่ได้มาแบบไม่มีที่มาครับ
7️⃣ ถ้าอยากรู้ว่า “สูงเฉพาะเช้าจริงไหม” การวัดหลายวันหรือ ABPM ช่วยได้
ถ้าเราวัดที่บ้านหลายวันแล้วเห็นรูปแบบชัดว่าเช้าสูง แต่เวลาอื่นปกติ ขั้นต่อไปในบางคนอาจใช้ 24-hour Ambulatory Blood Pressure Monitoring หรือ ABPM
เครื่องนี้จะวัดความดันเป็นระยะตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เห็นว่า กลางวันเป็นเท่าไร ตอนหลับลดลงไหม
ก่อนตื่นเริ่มขึ้นตอนไหน ช่วงไหนสูงจริง เพราะสิ่งที่เราอยากรู้ไม่ใช่แค่ “เช้านี้ 145” แต่คือ ทั้งวันร่างกายใช้ชีวิตกับความดันแบบไหนครับ
ถ้าตื่นมาความดันสูงทุกวัน ลองทำแบบนี้ก่อน
- ใช้เครื่องแบบรัดต้นแขนที่ได้มาตรฐาน และใช้ขนาด cuff ให้พอดี
- นั่งพักประมาณ 5 นาทีก่อนวัด หลังพิง เท้าวางพื้น แขนอยู่ระดับหัวใจ
- วัดตอนเช้าก่อนอาหาร กาแฟ และก่อนยาความดันถ้าแพทย์ให้ติดตามช่วงนี้
- วัด 2 ครั้งห่างกันประมาณ 1 นาที แล้วบันทึกค่า เพราะการวัดซ้ำและดูแนวโน้มมีประโยชน์กว่าค่าสูงครั้งเดียว
- ทำเช้าและเย็นต่อเนื่องหลายวัน เพื่อดูค่าเฉลี่ย
- ลดเค็ม โดยเฉพาะมื้อเย็น อาหารแปรรูป น้ำซุป น้ำจิ้ม
- นอนให้พอ และถ้ากรนดังมากให้ประเมิน Sleep Apnea
- กินยาตามแพทย์สั่ง ไม่เพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนเวลาเองครับ
และถ้าความดันขึ้นไป มากกว่า 180/120 mmHg ให้พักแล้ววัดซ้ำ หากยังสูงมากร่วมกับเจ็บหน้าอก หอบ แขนขาอ่อนแรง ชา ตามัว หรือพูดผิดปกติ ต้องไปฉุกเฉินครับ
ถ้าตื่นมาวัดได้ 140+ ครั้งเดียว ยังไม่ต้องตกใจครับ แต่ถ้าวัดถูกวิธีแล้ว สูงแบบนี้แทบทุกเช้า แม้ช่วงอื่นจะดูปกติ ก็เป็นรูปแบบที่ควรติดตาม สิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่กลัวเลข 140 แต่คือวัดให้ถูก ดูค่าเฉลี่ยหลายวัน แล้วหาว่า “ทำไมมันสูงเฉพาะตอนเช้า” ให้เจอครับ.
ที่มา : เพจ หมอเจด



