ในยุคที่กระแสการท่องเที่ยวเปลี่ยนผ่านจากแค่การ การเที่ยวเพื่อพักผ่อน สู่ การท่องเที่ยวสร้างประสบการณ์ ด้วยความรับผิดชอบ แหล่งท่องเที่ยว เกาะยั่งยืน จึงกลายเป็นหมุดหมายของคนรุ่นใหม่ แล้วเกาะยั่งยืน วัดกันตรงไหน

1. การบริหารจัดการความยั่งยืน เน้นการท่องเที่ยวคุณภาพ มีนโยบายควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว การจัดการผังเมืองสีเขียว และกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด 2. ความยั่งยืนทางสังคมและเศรษฐกิจ รายได้จากการท่องเที่ยวต้องกระจายสู่คนในท้องถิ่น ไม่กระจุกอยู่แค่กลุ่มทุน ส่งเสริมวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม 3. ความยั่งยืนทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่น โบราณสถาน และการให้เกียรติวิถีชีวิตชนพื้นเมือง 4. ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด การจัดการขยะและน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางปกป้องระบบนิเวศทั้งบนบก และในทะเล

5 เกาะเด่นระดับโลก ต้นแบบความยั่งยืนที่น่าจับตา

1. เกาะอะซอเรส โปรตุเกส หมู่เกาะภูเขาไฟกลางมหาสมุทรแอตแลน ติกที่เป็นต้นแบบการใช้ พลังงานหมุนเวียน มีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากในการทำทัวร์ดูวาฬเพื่อไม่ให้รบกวนสัตว์ทะเล 2. หมู่เกาะกาลาปาโกส เอกวาดอร์ สวรรค์แห่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีอย่างเคร่งครัด โรงแรมและที่พักส่วนใหญ่ต้องผ่านเกณฑ์ Eco-lodge และเน้นการอนุรักษ์ฟื้นฟูสายพันธุ์สัตว์ท้องถิ่น 3. เกาะโดมินิกา แคริบเบียน ประกาศเป้าหมายเป็นประเทศแรกในโลกที่ ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และผจญภัยเชิงอนุรักษ์ 4. เกาะบอนแอร์ เนเธอร์แลนด์ โดดเด่นเรื่อง การอนุรักษ์แนวปะการัง และประกาศให้พื้นที่รอบเกาะทั้งหมดเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล” 5. เกาะกอร์ทแลนด์ สวีเดน ในทะเลบอลติกเป็นต้นแบบการจัดการ ความยั่งยืนในมิติชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผสมผสานวิถีโบราณกับระบบนิเวศอย่างลงตัว

เกาะยั่งยืนของไทยก็มีติดอันดับโลก

เรามี 1. เกาะหมาก จังหวัดตราด แห่งแรกที่ประกาศตัวเป็น แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ  2. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะที่เคยเสื่อมโทรม สู่เกาะยั่งยืนระดับสากล ด้วยความร่วมมือของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว และชุมชน 3. เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เดินหน้าสู่เป้าหมาย เกาะยั่งยืนด้วยวิถีพหุวัฒนธรรมและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

เมืองไทยยังมีเกาะอีกมากมาย ที่พัฒนาสู่ เกาะยั่งยืน ได้ ดึงดูด นักท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ ที่กำลังอินเทรนด์.