ช่วงนี้เหล่านักการตลาดมักจะนำคำว่า “Longevity การมีชีวิตที่สุขภาพดียืนยาว มาเป็นจุดขายสินค้า

เป้าหมาย อายุยืนยาว Lifespan” กำลังตกเทรนด์ เมื่อมีเป้าหมายใหม่ “Healthspan สุขภาพดียืนยาว มาแทนที่

ในอดีต วงการแพทย์ทุ่มเทให้กับการเพิ่ม Lifespan หรือจำนวนปีที่เรามีชีวิตอยู่ แต่ผลลัพธ์คือ หลายคนต้องใช้ช่วงเวลา 10-20 ปีสุดท้ายของชีวิตไปกับการติดเตียง รักษาโรคเรื้อรัง หรือทรมานกับภาวะสมองเสื่อม

แนวคิดการดูแลสุขภาพในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการดูแล Longevity เต็ม
ตัว เปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็น “Healthspan หรือ ช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรง สมองแจ่มใส และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีเทรนด์สำคัญ

1.การดูแลสุขภาพแม่นยำรายบุคคล เลิกดูแลแบบ เหมารวม การป้องกันโรคและดูแลสุขภาพในอนาคตจะถูกออกแบบตามรหัสพันธุกรรม (DNA) ของแต่ละบุคคล เราจะมี สมุดพกสุขภาพแยกตาม DNA ตั้งแต่เกิด

2.การย้อนอายุเซลล์ เราจะเลิกวัดอายุตามบัตรประชาชน หันมาโฟกัสที่อายุตามชีวภาพ (Biological Age) คนรุ่นใหม่จะใช้เทคนิคการแพทย์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อชะลออายุเซลล์ให้เป็นหนุ่มสาวยาวนาน

3.การยืนระยะอายุสมอง ต้องฝึกคิด ออกกำลังกระตุ้นสมอง และระบบประสาท ไม่ใช่แค่ออกกำลังกาย ต้องฝึกการใช้สมอง ฝึกรับมือกับสภาพอารมณ์ และฝึกสมาธิควบคุมจิตใจ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมเชิงรุก

นักวิทยาศาสตร์จึงแข่งกันผลิตนวัตกรรม ในกลุ่ม Longevity ออกมามากมาย เช่น 1.นวัตกรรมด้านการแพทย์ และชีวภาพ เช่น การทำให้เซลล์คงสภาพความเป็นหนุ่มสาวยาวนานขึ้น ย้อนวัย 2.นวัตกรรมเทคโนโลยี และการวินิจฉัย เช่น การดักทางเซลล์มะเร็งล่วงหน้า การวางแผนชีวิตตาม DNA รายบุคคล 3.นวัตกรรมการฟื้นฟูร่างกาย เช่น การซ่อมแซมสุขภาพด้วยการ
กระตุ้นสเตมเซลล์ ซ่อมแซมหลอดเลือด ลดการบาดเจ็บภายในด้วยอุปกรณ์ไฮเทค

ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยี Longevity พัฒนาเต็มรูปแบบ คงเดายากว่าคนที่เราพบมีอายุเท่าใดแน่ ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี อาจดูเหมือนคนวัยทำงาน 30-40 ปีตอนนี้ก็ได้ เราคงจะไม่เห็นคนเป็นมะเร็ง คนแก่ติดเตียง และญาติผู้ใหญ่ที่จำเราไม่ได้

ประเทศไทยเรามีศักยภาพโดดเด่นที่จะเป็น Hub ด้านสุขภาพ Longevity ระดับโลกได้ ไม่แพ้ใคร.