นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เขตห้วยขวาง เข้าตรวจค้นโรงแรมปล่อยเช่ารายวัน ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร้านทำผม พบการกระทำผิดกฎหมายเพียบ ทั้งอาคารไร้ใบอนุญาต แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย แอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ และสัญญาณการใช้นอมินีเพื่อถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ

 ผลการลงพื้นที่ตรวจสอบ

1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอนโดปล่อยเช่ารายวัน (3 แห่ง)

  • แห่งแรก (34 ห้อง): ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีกรรมการเป็นคนจีน ถือหุ้นไทย 51% และจีน 49%
  • แห่งที่สอง (48 ห้อง): ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ถือหุ้นไทย 99% และสิงคโปร์ 1%
  • แห่งที่สาม (52 ห้อง): ทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาท ถือหุ้นไทย 96% และจีน 4%
  • ข้อพบเห็น: ดัดแปลงจากห้องแถว ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม/ดัดแปลงอาคาร บันไดหนีไฟไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังจับกุมแรงงานเมียนมาผิดกฎหมาย 5 คน

ธุรกิจอื่นๆ  

  • เว็บพนันแอบแฝง: พบร้านอาหารจีนพิมพ์โฆษณาเว็บพนันออนไลน์ลงบนไม้จิ้มฟันและกล่องทิชชู
  • อาชีพสงวน: พบช่างตัดผมชาวจีน 1 ราย ลักลอบทำงานซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทย
  • อ้างชื่อเจ้าหน้าที่: ระหว่างตรวจค้น เจ้าของร้านพยายามโทรศัพท์หาผู้มีอำนาจ อ้างส่งเงินดูแลเป็นรายงวด ซึ่งทาง มท.2 สั่งเร่งสืบสวนเบอร์และชื่อที่ถูกอ้าง หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา
  • จับกุมต่างด้าว: พบแรงงานต่างด้าวทำผิดกฎหมายรวม 11 คน (เมียนมา 9 คน, จีน 2 คน, บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 คน)

จับตาพฤติกรรม “นอมินี”  

ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และร้านตัดผม อยู่ในบัญชีสามท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จากการตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้นพบว่า มีการดึงคนไทยมาร่วมถือหุ้นเกิน 51% เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย

แต่เมื่อสอบถามคนไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น บางรายกลับ ไม่ทราบรายละเอียดการลงหุ้นหรือการเปิดบริษัท” คาดว่ามีสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีรับดำเนินการจัดตั้งบริษัทและจัดหาผู้ถือหุ้นนอมินีให้ ทางกรมฯ จึงได้ออกหนังสือเรียกให้ชี้แจงข้อเท็จจริง และเตรียมขยายผลตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว

 เตือน 7 ราย  

นอกจากนี้ ทีมปราบนอมินียังได้ลงพื้นที่ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ตรวจสอบร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตอีก 7 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้กรมฯ มีหนังสือเรียกชี้แจงแต่บริษัทเพิกเฉย ขณะนี้ได้ออกหนังสือเตือนอีกครั้ง หากยังไม่ยอมชี้แจงจะดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายทันที