สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่าแผ่นดินไหวรุแรง 7.4 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นที่เกิดขึ้นในภาคตะวันตกของโคลอมเบีย มีขึ้นเพียงกว่าหนึ่งเดือนหลังจากเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน คร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 6,300 ราย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาระบุว่า นอกเหนือจากการอยู่บนแผ่นธรณีภาคเดียวกันแล้ว แผ่นดินไหวทั้งสองเหตุการณ์แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
A powerful 7.4 magnitude earthquake struck western Colombia on Monday killing scores and severely damaging thousands of buildings across the country. The quake was the strongest originating in the country since at least 1990, according to the US Geological Survey.
— CNN (@CNN) August 11, 2026
CNN is…
นายกุสตาโว ออร์ติซ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาและผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยา จากสภาวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคนิคแห่งชาติอาร์เจนตินา กล่าวว่า “บริบททางธรณีวิทยาและธรณีแปรสัณฐานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
ออร์ติซกล่าวว่า ในพื้นที่ทางตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มักเกิดแผ่นดินไหวจากการที่แผ่นธรณีภาคแผ่นหนึ่ง ในกรณีนี้คือแผ่นนาซกาในมหาสมุทรแปซิฟิก มุดตัวลงใต้แผ่นอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า “การมุดตัวของแผ่นธรณีภาค” ( subduction )
ตรงกันข้ามกับแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในเวเนซุเอลา แผ่นธรณีภาคที่เคลื่อนตัวเข้าหากันคือแผ่นอเมริกาใต้และแผ่นแคริบเบียนซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ โดยแผ่นธรณีภาคทั้งสองเคลื่อนตัวในแนวด้านข้างเข้าหากัน และไม่ได้เกิดกระบวนการมุดตัว
ออร์ติซระบุเพิ่มเติมว่า แผ่นดินไหวในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นใกล้พื้นผิวโลก โดยมีความลึกไม่ถึง 20 กิโลเมตร ขณะที่แผ่นดินไหวซึ่งเกิดขึ้นในโคลอมเบีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกกว่า 100 กิโลเมตร.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



