สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงหลายคนทั้งในสหรัฐและอิสราเอลเปิดเผยไปในทางเดียวกัน ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ประณามอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน กรณีการปิดล้อมบ้านเรือนชาวปาเลสไตน์ ที่หมู่บ้านคุสรา ในเขตเวสต์แบงก์


การปิดล้อมดังกล่าวยืดเยื้อมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ โดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลพยายามกดดันชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากสหรัฐ โดยนายไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล เรียกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่ปิดล้อมบ้านชาวปาเลสไตน์ว่า “ผู้ก่อการร้ายชาวอิสราเอล”


แหล่งข่าวกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันเริ่มกดดันรัฐบาลอิสราเอล หลังทราบว่าหนึ่งในบ้านที่ถูกปิดล้อมเป็นของชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์


ส่วนการที่เนทันยาฮูยังไม่มีท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ คาดว่าเป็นความกังวลว่า อาจสร้างความเสี่ยงทางการเมือง เนื่องจากอิสราเอลกำลังใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในวันที่ 27 ต.ค. นี้ และรัฐบาลต้องพึ่งพาฐานเสียงจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานด้วย


ทั้งนี้ ความรุนแรงจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปี นับตั้งแต่เหตุโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นชนวนเหตุของสงครามครั้งใหญ่กับกลุ่มฮามาส ที่ยังคงยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน แม้มีการหยุดยิงเป็นระยะ


ปัจจุบัน เขตเวสต์แบงก์มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 3 ล้านคน และผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลประมาณ 500,000 คน โดยมีชุมชนผู้ตั้งถิ่นฐานราว 146 แห่งและจุดตั้งถิ่นฐานขนาดเล็กอีกประมาณ 390 แห่ง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS