สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่าทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำประกาศ ว่าด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าโดรนและชิ้นส่วน

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดการพึ่งพาแหล่งผลิตโดรนจากต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของสหรัฐ

ทั้งนี้ คำประกาศที่ทรัมป์ลงนาม กำหนดอัตราภาษีนำเข้าโดรนขนาดหรือสมรรถนะที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงในอัตรา 100% ส่วนโดรนที่มีขนาดเล็กกว่าจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25%


ขณะที่โดรนและชิ้นส่วนจากสหภาพยุโรป ( อียู ) ญี่ปุ่น ลิกเตนสไตน์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และไต้หวัน จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 15% และโดรนจากสหราชอาณาจักรจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10%


ทรัมป์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐทำการตรวจสอบผลกระทบ จากการนำเข้าอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า สหรัฐพึ่งพาผู้ผลิตโดรนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง และพึ่งพาการนำเข้าโดรนและชิ้นส่วนมากเกินไป


นอกจากนี้ โดรนและชิ้นส่วนจากต่างประเทศบางรายยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมโดรนภายในสหรัฐกลับยังผลิตสินค้า ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านความมั่นคง


มาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 21 วัน หลังทรัมป์ลงนามในคำประกาศ คือเมื่อวันที่ 13 ส.ค. โดยชิ้นส่วนโดรนที่ไม่ถือว่ามีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ภาษีจะเริ่มมีผลหลังการลงนาม 180 วัน


ขณะที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐอนุมัติให้ได้รับการยกเว้น จากบัญชีสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารสหรัฐภายใน 20 วัน จะเริ่มถูกเรียกเก็บภาษีหลังการลงนาม 180 วันเช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS