ช่วงนี้กระแสกีฬา ไฮร็อกซ์ ในบ้านเรา กำลังมาแรงเหลือเกิน โดยล่าสุดศึก HYROX Bangkok 2026 ก็ได้เปิดฉากชิงชัยกันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา และจะแข่งยาวไปจนถึงวัน 16 ส.ค.

อย่างไรก็ตาม จากการที่ ไฮร็อกซ์ เป็นกีฬาที่ต้องใช้ร่างกาย และทักษะในการออกกำลังกายเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การยกเวท รวมทั้งการออกกำลังกายในท่าทางต่าง ๆ ดังนั้นผู้เล่นจึงได้รับบาดเจ็บได้ง่ายมาก และต่อไปนี้คือ 5 อาการบาดเจ็บยอดฮิตของนักกีฬาไฮร็อกซ์ที่เราสามารถจะพบเจอได้ในแทบทุกสนามการแข่งขัน

  1. ปวดหลังล่างเฉียบพลัน (Lower Back Pain) – ตัวการจากการเล่น Sled Push & Sled Pull

หนึ่งในอาการที่สาย HYROX เจอบ่อยที่สุดคืออาการปวดหลังล่างจากด่าน Sled Push และ Sled Pull เพราะท่าเหล่านี้ต้องใช้แรงดันและแรงดึงมหาศาลจากแกนกลางลำตัวและหลังส่วนล่าง หากฟอร์มเริ่มเสียตอนร่างกายล้า หรือ ใช้น้ำหนักที่หนักเกินไป กล้ามเนื้อหลังจะเกิดอาการเกร็งค้างและอักเสบได้ง่าย บางคนปวดจนลามไปถึงสะโพกหรือเดินตัวตรงลำบากหลังซ้อมทันที โดยเฉพาะคนที่กล้ามเนื้อช่วงลำตัวยังไม่แข็งแรงพอหรือพักฟื้นไม่เพียงพอ

  1. เจ็บเข่าด้านหน้า หรือ เข่านักวิ่ง (Runner’s Knee) – ตัวการจาก วิ่ง 8 กม. & Sandbag Lunges

ข้อเข่าคือส่วนที่รับกรรมหนักที่สุดในเกมนี้ เพราะคุณต้องวิ่งสะสมระยะทางถึง 8 กิโลเมตร สลับกับท่า Functional ที่ใช้ขาซ้ำ ๆ อย่างด่าน Sandbag Lunges ทำให้หัวเข่าต้องรับแรงกระแทกมหาศาล โดยเฉพาะบริเวณสะบ้าและเอ็นรอบหัวเข่า ทำให้หลายคน เริ่มมีอาการเจ็บด้านหน้าเข่า ปวดเวลาเดินขึ้นลงบันได หรือรู้สึกเข่าตึงหลังวิ่งยาว เกิดจากกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกทำงานไม่สมดุล รวมถึงการลงน้ำหนักซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

  1. ข้อมือและบ่าไหล่อักเสบ (Wrist & Shoulder Strain) – ตัวการจาก Wall Balls & Burpee Broad Jumps

เมื่อต้องสปริงตัวขึ้นลงจากพื้นในด่านกระโดดเบอร์พี (Burpee Broad Jumps) ข้อมือต้องรับแรงกระแทกจากการทิ้งตัวซ้ำ ๆ แถมยังต้องไปเจอด่านสุดท้ายอย่าง Wall Balls ที่ต้องยกแขนรับและระเบิดพลังโยนลูกบอลน้ำหนักสูง ๆ อัดกำแพงเป็นร้อยครั้ง หากกล้ามเนื้อบ่าไหล่ล้าจนคุมมุมข้อต่อไม่อยู่ แรงกดทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ข้อต่อหัวไหล่และข้อมือ ทำให้เอ็นอักเสบและยกแขนไม่ขึ้นไปเลย

  1. รองช้ำ หรือ เจ็บฝ่าเท้า (Plantar Fasciitis) – ตัวการจาก การวิ่งบนพื้นแข็งและด่าน Farmers Carry

การเดินแบกดับเบลหรือเคตเติลเบลน้ำหนักสูงลิ่วในด่าน Farmers Carry จะเพิ่มแรงกดลงที่ฝ่าเท้าเป็นทวีคูณ เมื่อรวมเข้ากับการวิ่งทำระยะบนพื้นยางหรือพื้นแข็งของสนามแข่ง เอ็นใต้ฝ่าเท้าที่ตึงอยู่แล้วจึงเกิดการฉีกขาดระดับเนื้อเยื่อและอักเสบเฉียบพลัน ทำให้เจ็บจี๊ดที่ส้นเท้า โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอน

  1. กล้ามเนื้อน่องและต้นขาด้านหลังตึงจัด (Hamstring & Calf Tightness) – ตัวการจากด่าน Rowing & SkiErg

ด่าน Rowing จำลองการพายเรือ และด่าน SkiErg ที่จำลองการเล่นสกี เป็นด่านที่บีบให้ร่างกายต้องเค้นพลัง และเหยียดตัวอย่างรวดเร็ว โดยต้องใช้แรงถีบจากส้นเท้า น่อง และส่งแรงผ่านกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings) ยิ่งทำติดต่อกันด้วยความเร็วสูง กล้ามเนื้อโซนหลังทั้งหมดจะถูกยืดและหดตัวอย่างรุนแรงจนตึงเปรี๊ยะเป็นก้อนค้าง และเสี่ยงต่อการฉีกขาดหากฝืนต่อ

สรุป 5 อาการบาดเจ็บที่เจอบ่อยจาก HYROX ทั้งปวดหลังล่าง เจ็บสะบ้าเข่า ข้อไหล่ ข้อมืออักเสบ รองช้ำฝ่าเท้า และน่องตึงจัด ล้วนมาจากท่าทางที่ผิดฟอร์มบวกกับแรงกระแทกและการแบกรับน้ำหนักที่เกินลิมิตในแต่ละฐาน หากฝืนซ้อมต่อทั้งที่ยังเจ็บ กล้ามเนื้อจะยิ่งหดเกร็งค้างจนรบกวนระบบไหลเวียนเลือด ทำให้เนื้อเยื่อไม่ได้รับการซ่อมแซมและกลายเป็นอาการเรื้อรังที่แก้ยากในที่สุด.

ขอบคุณข้อมูลจาก piyachartclinic

ภาพจาก : HYROX Thailand