นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงกรณี มีการเผยแพร่ภาพข่าวทางโซเชียล เกี่ยวกับการจัดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 และมีการแจกรางวัลเป็นอาวุธปืนให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่า ข้อเท็จจริงคือเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่าในช่วงเช้าได้มีการทำกิจกรรมกันตามปกติ ส่วนในภาคค่ำได้มีงานเลี้ยงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยเหลืองานราชการ แต่ทั้งนี้การจัดงานทั้งหมด ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายและกิจกรรม เป็นการดำเนินการของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เกาะพะงัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามไปยังนายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน ทราบว่า มีการมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการมาตลอดทั้งปี และเป็นกิจกรรมที่จัดทำขึ้นมานานแล้ว โดยทราบว่าก่อนหน้านี้มีการตกลงจะมอบรางวัลเป็นอาวุธปืนให้กับผู้ที่จับสลากได้ในงานเลี้ยง แต่ก็ไม่เคยมีการส่งมอบอาวุธปืนจริงๆ ให้กัน แต่เป็นการให้เงินสดกับผู้ที่ได้รับรางวัล ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลจะนำไปจัดซื้ออาวุธปืนหรือไม่เป็นดุลพินิจของบุคคลนั้นๆ เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นรางวัลอาวุธปืน

“งานเลี้ยงดังกล่าวจัดขึ้นในค่ำของวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับเกิดเหตุนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ถูกคนร้ายบุกในที่ทำงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จึงได้มีนโยบายเร่งด่วน เกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน และเป็นเวลาเดียวกับที่อธิบดีกรมการปกครองได้มีหนังสือด่วนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ แต่การจัดงานสังสรรค์และเลี้ยงขอบคุณกำนันผู้ใหญ่บ้านเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ของ อ.เกาะพะงัน ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งปรากฏภาพถ่ายของผู้ที่ได้รับรางวัลออกทางสื่อโซเชียล และทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งตนได้กำชับไปยังนายอำเภอเกาะพะงัน เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงให้มีความเข้มงวดในการขออนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือครอบครอง ว่าให้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด

ขณะที่ นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน เปิดเผยว่า งานเลี้ยงสังสรรค์และการมอบรางวัล การดำเนินการของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เกาะพะงัน และทราบว่ามีการมอบรางวัลเพื่อเป็นของขวัญกำลังใจให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มายาวนานแล้ว โดยการสนับสนุนเงินรางวัลจากภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป และมีสัญลักษณ์ว่าเป็นอาวุธปืน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับรางวัลกำนันแหนบทอง กรมการปกครองก็มอบรางวัลเป็นอาวุธปืนพกสั้นหรือปืนลูกซองประจำตำแหน่งให้เป็นของรางวัลและปฏิบัติอย่างนี้กันมาตลอด ในส่วนของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านได้มอบให้เป็นเงินสดมีมูลค่า ตั้งแต่ 15,000-20,000 บาท ที่ผ่านมาก็ทราบว่ามีกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับรางวัล นำเงินรางวัลเหล่านั้นไปจัดหาอาวุธปืนประจำกายบ้างเช่นกัน แต่การขออนุญาตก็เป็นไปตามระเบียบของราชการ โดยไม่มีข้อยกเว้น

ตนมองว่าการมอบรางวัลให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งช่วยเหลืองานราชการและยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เป็นสิ่งที่ดี เป็นขวัญกำลังใจให้เขาปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการครอบครองอาวุธปืนแม้ว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านจะมีสิทธิในการครอบครองและใช้อาวุธปืนแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการขออนุญาตก็ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อโซเชียล โดยไม่ทราบข้อเท็จจริงก็จะส่งผลต่อกำลังใจของผู้ที่ปฏิบัติงานช่วยเหลืองานราชการ และอาจทำให้คนดีท้อแท้ได้.