จากกรณีตำรวจคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี ผู้ต้องหาในคดีบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลเป็นครั้งแรก โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและอุกอาจ อีกทั้งคดีนี้มีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้ทำการคัดค้านการประกันตัว หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และออกหมายขังนายฉลอง เรี่ยวแรง เพื่อฝากขังระหว่างพิจารณาคดียังเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ อยู่คุกคืนแรกกินอิ่มนอนหลับ ปรับตัวได้ดีไร้สัญญาณทำร้ายตัวเอง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่นายฉลอง เรี่ยวแรง ได้ถูกนำตัวฝากขังระหว่างพิจารณาคดีภายในเรือนจำจังหวัดนนทบุรี โดยยังคงอยู่ในห้องกักโรคโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันก็เป็นเวลา 2 วันแล้ว สำหรับภาพรวมการนอนหลับของนายฉลอง พบว่า นายฉลองยังมีอาการหลับ ๆ ตื่น ๆ ในตอนกลางคืน เนื่องจากเป็นคนนอนหลับยาก เวลาอยู่ข้างนอกจะรับประทานยานอนหลับ ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งยา โดยแพทย์จะเข้ามาประเมินอาการนายฉลอง อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 69

รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า ส่วนเรื่องอาการเจ็บป่วย เนื่องด้วยนายฉลอง มีโรคประจำตัว คือ โรคความดันโลหิตสูง แต่มียารับประทานประจำอยู่แล้ว ซึ่งจากการตรวจสุขภาพล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ พบว่านายฉลองมีความดันโลหิตอยู่ในระดับสูงเล็กน้อย (137/93 mmHG) แต่ไม่มีอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ หรือหน้ามืด แต่อย่างใด และสำหรับการรับประทานอาหาร พบว่ามื้อเย็นของวันที่ 12 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา นายฉลอง ได้รับประทานเป็นเมนูแกงเผ็ดไก่ฟักทอง ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย และข้าวสวย ส่วนมื้อเช้าวันนี้ (13 ส.ค. 69) รับประทานเป็นเมนูแกงจืดไก่กวางตุ้ง ข้าวสวย แต่พบว่านายฉลองรับประทานได้เพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ นายฉลองยังไม่ได้มีการร้องขอสิ่งใดเพิ่มเติม

รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เผยต่อว่า เนื่องด้วยนายฉลองเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว ฉะนั้น ภายหลังการกักโรคโควิด-19 เสร็จสิ้น ก็จะต้องรอผลการประเมินก่อนว่าจะมีความจำเป็นต้องจัดให้อยู่ในสถานพยาบาล แดนพยาบาล หรือจะต้องอยู่ในพื้นที่ควบคุมปกติแดนปกติหรือไม่ โดยราชทัณฑ์มีระบบเฝ้าระวังและเข้าถึงการรักษาได้ตามมาตรฐาน ขณะนี้จึงยังไม่มีความผิดปกติใดที่น่ากังวลเกิดขึ้น.