สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในบันทึกความมั่นคงแห่งชาติ สั่งกองทัพเรือกลับมาใช้ระบบปล่อยเครื่องบินขับไล่ด้วยพลังไอน้ำ แทนระบบแม่เหล็กไฟฟ้า


คำสั่งดังกล่าวจะส่งผลให้เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 4 ในชั้นเจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ต้องยกเลิกการติดตั้งระบบปล่อยอากาศยานด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ อีมัลส์ ( Electromagnetic Aircraft Launch System – EMALS ) ซึ่งใช้งานในเรือ 3 ลำแรก โดยเรือลำที่ 4 ซึ่งใช้ชื่อว่า “ดอริส มิลเลอร์” มีกำหนดเริ่มวางกระดูกงูภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะส่งมอบให้กับกองทัพเรือ ในช่วงต้นปี 2577


ทั้งนี้ ทรัมป์วิจารณ์ระบบอีมัลส์มาโดยตลอด โดยมองว่ามีราคาแพงและซับซ้อนเกินไป อีกทั้งทำงานได้ไม่ดีเท่าระบบยิงด้วยไอน้ำ แต่การยกเลิกการใช้ระบบอีมัลส์ทีค่าใช้จ่ายมหาศาลเช่นกัน


อนึ่ง เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือลำแรกของชั้นดังกล่าว ปฏิบัติการปล่อยเครื่องบินด้วยระบบอีมัลส์ไปแล้ว 36,863 ครั้ง ณ เดือนมี.ค. 2569 โดยกองทัพเรือสหรัฐเลือกใช้ระบบอีมัลส์ตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเหตุผลว่า ระบบดังกล่าวช่วยลดต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ลดความจำเป็นในการบำรุงรักษา และลดแรงกระแทกต่อเครื่องบิน


แม้ระบบอีมัลส์เคยประสบปัญหาในช่วงเริ่มต้น แต่สามารถปฏิบัติการยิงเครื่องบินมาแล้วหลายพันครั้ง และกองทัพเรือฝรั่งเศสก็เลือกใช้ระบบเดียวกัน


ด้านบริษัทเจเนอรัล อะโตมิกส์ ผู้ผลิตระบบอีมัลส์ แสดงความเห็นว่า การยกเลิกระบบดังกล่าวในเรือดอริส มิลเลอร์ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเตือนว่า เนื่องจากการผลิตเรือลำนี้เสร็จสิ้นไปแล้วเกือบ 50% การเปลี่ยนแผนในขณะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุน กำหนดการ และการติดตั้งระบบ


นอกจากนี้ บันทึกดังกล่าวของทรัมป์ ยังเปิดทางให้กองทัพเรือสหรัฐว่าจ้างต่างชาติสร้างเรือรบเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ


ผู้ต่อเรือต่างชาติที่ลงทุนในอู่ต่อเรือสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง จะได้รับอนุญาตชั่วคราวให้สร้างเรือได้ไม่เกิน 2 ลำในอู่ต่อเรือของประเทศตน เพื่อเร่งเสริมกำลังเรือรบให้กองทัพสหรัฐ


ขณะเดียวกัน ทรัมป์สั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐ จัดตั้งอู่ต่อเรือแห่งที่ 5 ของกองทัพเรือ เพื่อเพิ่มศักยภาพการซ่อมบำรุงเรือดำน้ำและเรือบรรทุกเครื่องบิน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES