เมื่อวันที่ 15 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส รรท.ผกก.3 บก.ปอศ. พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ และ พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม น.ส.ชลิสา อายุ 29 ปี ในข้อหา “ร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นพนัน (ออนไลน์) และร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นพนัน (ออนไลน์)” ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

​สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. พบเบาะแสขบวนการเว็บพนันรายใหญ่ใช้เทคโนโลยีอำพรางตัวตนระดับสูงผ่านระบบ Cloudflare และ Cloud VPN โดยไม่มีการตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ไว้ในสถานที่จริง แต่ใช้วิธีเช่าเครื่องแม่ข่ายเสมือนบนระบบคลาวด์ (Cloud VPS) เพื่อสร้างฐานปฏิบัติการดิจิทัลที่ไร้ร่องรอยและยากต่อการติดตาม

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังใช้เทคนิคแกะรอยทางไซเบอร์ขั้นสูง เจาะทะลวงระบบคลาวด์จนพบเส้นทางเชื่อมโยงไปถึงตัวการระดับ “ซูเปอร์แอดมิน” ผู้มีอำนาจอนุมัติธุรกรรมฝาก-ถอนเงินทั้งระบบเงินบาทและคริปโตเคอร์เรนซีให้กับเว็บพนันยักษ์ใหญ่ถึง 11 แบรนด์ ครอบคลุมหลายสิบ URLs อาทิ JUN88, MK8, VV72, TH26, F168 / 7F168, PG688, BT678, OKVIP, JL69, NM9 และ K188 ที่เปิดให้บริการครบวงจรทั้งกาสิโนสด สล็อต บาคาร่า เกมไพ่ ทายผลกีฬา และหวยออนไลน์ จึงนำกำลังพร้อมหมายค้นศาลแขวงนครปฐม บุกเข้าตรวจสอบบ้านพักเป้าหมาย ซึ่งภายนอกเป็นบ้านสภาพเก่าเพื่ออำพรางสายตาไม่ให้ผิดสังเกต แต่ภายในกลับถูกใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการลับ ก่อนรวบตัว น.ส.ชลิสา เอาไว้ได้ดังกล่าว

​จากการสอบสวน น.ส.ชลิสา ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีทำงานอยู่ในสถานบันเทิงเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ต่อมาในเดือนตุลาคม 2568 ได้สมัครงานเป็นแอดมินผ่านเพจเฟซบุ๊ก และถูกส่งตัวไปฝึกอบรมอย่างเข้มข้นนานกว่า 4 เดือนที่อาคาร OKVIP เมืองปอยเปต มีพนักงานเว็บพนันรวมกันกว่า 100 คน ได้เรียนรู้ระบบงานครบทุกแผนก ทั้งฝ่ายไอที การตลาด ธุรกรรมฝาก-ถอน บัญชี และฝ่ายควบคุมความเสี่ยง (Audit) จนเชี่ยวชาญ ได้รับค่าตอบแทนรวมค่าคอมมิชชันไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน โดยรับเงินเป็นเหรียญ USDT โอนเข้ากระเป๋าดิจิทัลส่วนตัวโดยตรง

​ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทางการกัมพูชาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเว็บพนันอย่างหนัก “บิ๊กบอส” จึงสั่งให้ตนและทีมงานย้ายกลับมาควบคุมดูแลระบบและฐานลูกค้าต่อในประเทศไทย โดยตนรับหน้าที่เข้าเวรปฏิบัติการกะดึกตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึง 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น วันละ 12 ชั่วโมง กระจายกำลังกันไม่เกิน 4 คนในไทย ทำงานผ่านระบบ VPN และประชุมรับคำสั่งผ่านโปรแกรม Discord ทุกครั้ง

​ผู้ต้องหารับว่า ตนถือครองบัญชีผู้ใช้งาน (Users) สูงถึง 10 บัญชีที่ได้รับมอบสิทธิจากบิ๊กบอส มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตรวจสอบรหัสคำสั่งโอน จับคู่ยอดเงินบาทและเหรียญ USDT เพื่อกดยืนยันเติมเครดิตเข้ากระเป๋าเงิน (Wallet) ให้ลูกค้ากรณีระบบออโต้ขัดข้อง รวมถึงอนุมัติยอดถอนเงินตามที่ฝ่าย Audit แจ้ง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ควบคุม Payment Gateway คอยสับเปลี่ยนบัญชีธนาคารพาณิชย์ และทดสอบระบบ Payment Gateway เถื่อนนอกระบบมากกว่า 25 ช่องทาง เพื่อให้ระบบสร้าง QR Code รับเงินสดและคริปโตได้ตลอด 24 ชั่วโมง

​อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือคิดเป็นยอดเงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน โดยใช้กลยุทธ์ยิงโฆษณา (Ads) ทางโซเชียลมีเดียเพื่อดึงดูดลูกค้า

​เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลสืบเส้นทางการเงิน ตามอายัดทรัพย์สิน และล่าตัวการใหญ่รวมถึงผู้ร่วมขบวนการในเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินี้มาดำเนินคดีต่อไป.