สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (อาร์ไอวีเอ็ม) รายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563


ไวรัสชนิดดังกล่าวแพร่สู่มนุษย์ส่วนใหญ่ผ่านการถูกยุงที่มีเชื้อกัด ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า ผู้ติดเชื้อประมาณ 1 ใน 150 คน อาจมีอาการรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต


สำหรับการตรวจพบผู้ป่วยจากเชื้อเวสต์ไนล์คนแรกในรอบ 6 ปีของเนเธอร์แลนด์ เกิดขึ้นในช่วงที่ดับเบิลยูเอชโอเตือนว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นกำลังทำให้ยุงมีระยะเวลาและพื้นที่ในการแพร่เชื้อไวรัสเวสต์ไนล์เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคยุโรป โดยหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะกรีซและอิตาลี พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ในช่วงฤดูร้อนปีนี้


อย่างไรก็ตาม อาร์ไอวีเอ็มระบุว่า ผู้ติดเชื้อในเนเธอร์แลนด์รายล่าสุดมีอาการเพียงเล็กน้อย ส่วนผลการสอบสวนโรคในเบื้องต้นพบว่า ผู้ติดเชื้อน่าจะได้รับเชื้อภายในประเทศ เนื่องจากไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศในช่วง 1-2 เดือนล่าสุด


โรคเวสต์ไนล์ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ อยู่ในกลุ่มฟลาวิไวรัส มนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากยุง ผู้ติดเชื้อประมาณ 80% ไม่แสดงอาการ ส่วนประมาณ 20% อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือข้อ อาเจียน ท้องเสีย และผื่น


ผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 1% อาจพัฒนาเป็นโรคทางระบบประสาทรุนแรง เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สับสน คอแข็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก หรืออัมพาต และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยความเสี่ยงจะสูงขึ้นในผู้สูงอายุ


สำหรับระยะฟักตัว โดยทั่วไปอาการจะเริ่มภายในประมาณ 2-14 วัน หลังถูกยุงที่มีเชื้อกัด ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อเวสต์ไนล์ การรักษาจึงเน้นประคับประคองตามอาการ

ดังนั้น วิธีสำคัญที่สุดในการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงยุงกัด เช่น ใช้ยากันยุง สวมเสื้อผ้ามิดชิด ใช้มุ้งลวด และกำจัดแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง


อย่างไรก็ดี มีคำเตือนมากขึ้นด้วยว่า คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจเอื้อให้ยุงมีช่วงเวลาและพื้นที่ในการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES