สืบเนื่องกรณีนายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เสียชีวิตจากเหตุถูกเสือโคร่งขย้ำ บริเวณลำห้วยทับเสลา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า นับเป็นความสูญเสียของกรมอุทยานฯ ที่สูญเสียเจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งเหตุดังกล่าว อาจเกิดจากความเคยชินในพื้นที่ ประกอบกับที่พักที่ใช้ไฟโซลาร์เซลล์ หรือไฟปั่น ที่อาจเกิดความขัดข้อง จึงออกมากางมุ้งนอนบริเวณศาลาอเนกประสงค์ กระทั่งเสือโคร่งเข้ามาทำร้ายจนหมดสติ และลากออกไปประมาณ 200 เมตร

สำหรับมาตรการต่อจากนี้ ลำดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าเป็นเสือโคร่งตัวไหน และจับมาให้ได้ เพื่อศึกษาว่าทำไมถึงมีพฤติกรรมแบบนั้น เพราะปกติเสือจะไม่ยุ่งกับคน ดังนั้นทางกรมฯ ต้องรีบจับให้ได้ แต่ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเป็นเสือตัวไหน

ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีเสือไม่เกิน 5 ตัว ซึ่งเรามีทั้งรูปและคลิปวิดีโอเสือแต่ละตัวแล้ว รวมทั้งพฤติกรรมที่เสือแต่ละตัวกินเหยื่อ โดยต้องจับให้ได้ เพื่อนำมาพิสูจน์ตรวจดีเอ็นเอ กับเส้นขนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ต้องสันนิษฐานว่า ระหว่างที่เสือลากเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เสือกินตัวเดียว หรือมีเสือตัวอื่นมาร่วมกินด้วย และจากรอยตีนเสือ เป็นเสือเต็มวัย อายุ 8-9 ปี  ในส่วนที่มีการสันนิษฐานว่า เป็นเสือแก่ที่ไม่สามารถออกล่าเหยื่อได้ ก็เลยมาทำร้ายคนก็ถือว่าเป็นอีกข้อสันนิษฐาน

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือข้อสันนิษฐาน ซึ่งต้องสืบหาความจริงให้ได้ เพื่อนำมากำหนดมาตรการป้องกัน เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ รวมทั้งไม่อยากให้เสือ กลายเป็นพฤติกรรมต่อเนื่อง หรือความเคยชินของสัตว์ป่า ที่จะกลับมาทำร้ายคนอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย จึงจำเป็นต้องจับเสือในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อพิสูจน์

“หากทราบว่าเป็นเสือตัวไหน ต้องจับมาอยู่ในกรงที่ควบคุม โดยมีนักวิจัยเสือมาศึกษาพฤติกรรม ตามหลักวิชาการว่า ทำไมเสือมีพฤติกรรมแบบนี้ และต้องปรับพฤติกรรมอย่างไร ให้เสือรู้สึกว่าต้องไม่ทำร้ายคนอีก คล้ายๆ กับการปรับพฤติกรรมช้างป่า ขอย้ำว่ากรมอุทยานฯ ไม่ได้มีการล่าเสือ เพียงแค่จับมาปรับพฤติกรรมเท่านั้น ในส่วนของการจับเสือ ก็ต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากต้องยิงยาซึมหรือยาสลบ”

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้มอบหมายให้ที่ปรึกษา รมว.ทส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและร่วมพิธีศพ มอบเงินช่วยเหลือด้วย ในส่วนของกรมอุทยานฯ จะเร่งรัดเงินช่วยเหลือตามระเบียบ รวมทั้งกองทุน มูลนิธิต่างๆ ที่เข้าช่วยเหลือ รวมๆ แล้ว ประมาณไม่ต่ำกว่า 1.2-1.3 ล้านบาท

เมื่อถามว่ามีความจำเป็นที่ต้องจับเสือมาปรับพฤติกรรมหรือไม่ นายอรรถพล ระบุว่า จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะเสือยังอยู่ในธรรมชาติที่เราอาจควบคุมไม่ได้ จะยิ่งเป็นอันตรายในอนาคต เราจับเสือเพื่อควบคุมพฤติกรรม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และเพื่อให้ได้องค์ความรู้ในการวางมาตรการต่างๆ

สำหรับมาตรการในพื้นที่ในตอนนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น ห้ามเข้าพื้นที่ เพิ่มไฟส่องสว่าง แจ้งเตือนชุมชน โดยชุมชนที่อยู่ใกล้ที่สุดห่างออกไปประมาณ 14 กิโลเมตร เสือคงไม่ออกไปไกลขนาดนั้น แม้ขณะนี้ประชากรเสือจะมากขึ้น แต่ไม่ได้มีจำนวนมากถึงขนาดต้องมาล่ากินคน ด้วยเนื้อที่ป่าบริเวณดังกล่าวกว่า 3 ล้านไร่ จึงไม่ได้มีปัญหาเรื่องถิ่นอาศัย หรือเหยื่อในป่า แต่อย่างไรก็ตามเราต้องจับเสือให้ได้ เพราะนำมาปรับพฤติกรรม เพราะกลัวว่าเสือจะมีความเคยชินกับพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว ดังนั้นต้องจับเสือมาให้ได้ก่อน