การเมืองไทยใน รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ช่วงนี้ กำลังเข้าสู่ฉากสำคัญของคดีร้อนคดีร้ายที่จะถูกดึงเข้าสู่เวทีซักฟอกในสภาผู้แทนราษฎร

ท่ามกลาง บัลลังก์สีน้ำเงิน ที่แสดงอาการ ลำพอง ว่า อำนาจที่ยึดครองอยู่ในวันนี้ จะต่อท่อเป็นบัลลังก์ถาวรของวันพรุ่งนี้

ครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ วางหมากอำนาจยาว ๆ ในเครือข่ายปึ้ก ๆ ที่พร้อมจับมือกันแบบเต็มระบบ ทั้งเสียงในสภา สว. องค์กรอิสระ และกลไกราชการ ปูทางต่อท่อไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ดันอาณาจักรสีน้ำเงินจาก 4 ปี กลับมาอีก 1 สมัยรวมเป็น 8 ปี

เกมที่น่ากลัว คือ การสร้าง รัฐราชการสีน้ำเงิน ให้เป็นฐานรองรับอำนาจในระยะยาว

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีบุคลากรระดับปลัดกระทรวงหลายราย และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีอายุราชการเหลืออีกหลายปี

อาทิ พล...สำราญ นวลมา ผบ.ตร. มีอายุราชการต่อเนื่องถึงปี 2576 ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม มีอายุราชการเหลือถึงปี 2579 หรืออีกประมาณ 10 ปี ขณะที่ ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เหลือประมาณ 8 ปี และ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ยังมีอายุราชการเหลือประมาณ 5 ปี

แม้ว่า การมีอายุราชการเหลือยาว ไม่ได้หมายความว่า ข้าราชการเหล่านี้เป็นคนของใคร และไม่ควรเหมารวมว่าการแต่งตั้งทุกตำแหน่งเป็นการสร้างฐานอำนาจทางการเมือง

แต่ในทางรัฐศาสตร์ สิ่งที่ต้องถามคือ ใครเป็นคนแต่งตั้ง แต่งตั้งด้วยเหตุผลอะไร และโครงสร้างอำนาจเหล่านี้จะทำงานอย่างไร

หาก “2 .”  คิดว่าตัวเองเดินอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ การเมืองจะราบรื่น มีพลังในการสยบแรงต้าน และสามารถวางฐานอำนาจยาว ได้ ถือว่ากำลังประเมินฝ่ายค้านและอารมณ์ประชาชนต่ำเกินไป

เพราะแกนนำพรรคส้ม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศเปิดศึกซักฟอกด้วยการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในการประชุมสมัยประชุมสภาหน้า

แม้เสียงโหวตในสภาจะโค่นรัฐบาลไม่ได้ แต่อย่าประมาทสายตาประชาชนที่เฝ้าดูอยู่

งานนี้ ฝ่ายค้าน กางโจทย์ร้อน ไม่ได้หวังเชือดรัฐมนตรีรายตัว แต่มองไกลไปถึงการชำแหละระบอบสีน้ำเงิน และจะเป็นเวทีพิสูจน์ฝีมือของฝ่ายค้านว่าจะ วิ่งชนกำแพงจนหัวโน หรือจะเอา หลักฐานมาโชว์กลางสภา ลุยลากเส้นฉะ แฉ ฉาว เชื่อมข้อมูลการทุจริต ผลประโยชน์ทับซ้อนให้ประชาชนได้เห็นคาตา

คดีร้อนที่ฝ่ายค้านกำลังเปิดเกมรุก จะเป็นตัว กระชากฝัน ดึงรัฐบาลให้ตกสวรรค์ได้ ทั้ง คดีการโกงเลือก สว. การโกงสอบท้องถิ่น ปัญหาโครงการ TH-AI Passport ของ ลูกเทพ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านลุยชำแหละปัญหาการล็อกสเปก การจัดทำแคตตาล็อกให้ท้องถิ่นชอปปิงงบประมาณ และการใช้งบในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

วันนี้เสียงซีกรัฐบาลในสภาอาจแน่น  มีพรรคร่วม มี สว. มีองค์กรอิสระ และมีกลไกราชการที่พร้อมอยู่ข้าง ๆ

แต่การเมืองไม่ได้พังเพราะเสียงฝ่ายค้านอย่างเดียว การเมืองจะพังเมื่อประชาชนเริ่มรู้สึกว่า ระบบนี้ไม่แฟร์ เมื่อถึงวันนั้น ต่อให้วางหมากราชการไว้ล่วงหน้า ต่อให้คิดเกมอยู่ยาวกี่ปี ก็เป็นได้แค่ฝันลม แล้ง .

“ดาวฤกษ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่