เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า โดยประเด็นแรกจะพูดถึงความคุ้มค่าของโครงการ และแผนการใช้เงินของคณะรัฐมนตรี ว่าจะนำเงินไปใช้ในโครงการใดบ้าง ส่วนอีกประเด็นสำคัญ คือการพิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งรัฐสภายังมีอำนาจเต็มในการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งในส่วนที่ว่าการตรา พ.ร.ก.เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ และมีเหตุการณ์จำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่

หากอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม จะเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยอยู่ในส่วนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น เมื่อ พ.ร.ก.กู้เงินกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา จึงอยากให้สมาชิกทุกคนใช้อำนาจของรัฐสภาพิจารณาทั้ง 2 ส่วน และไม่อยากให้มีการตีความว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำให้รัฐสภาไม่สามารถอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า สภายังมีอำนาจพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจำเป็นจะออก พ.ร.ก.หรือไม่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน

ฝ่ายค้านตรวจสอบเต็มที่ โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงาน เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาหลายปี และแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงินจากภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ 3 การไฟฟ้า รวมถึงกองทุนต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยลงทุนได้

“เงินกู้ทุกบาทที่รัฐบาลกู้ สุดท้ายจะเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของแหล่งเงินว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร และมีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาท” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตจากการแถลงของ ครม.เงา ว่าจะมีโครงการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาบางราย มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ ขอให้ติดตามการอภิปรายของสมาชิกในวันนี้ เพราะได้เห็นเนื้อหาบางส่วนแล้ว และจะมีการตรวจสอบว่าโครงการที่เตรียมใช้งบ 2 แสนล้านบาท จะสามารถเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการนำโครงการต่างๆ เช่น โซลาร์เซลล์ตามพื้นที่ข้างทาง หรือโซลาร์เซลล์ในภาคการเกษตร มารวมไว้ในโครงการ ทั้งนี้ ยอมรับว่าโซลาร์เซลล์ภาคการเกษตรเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการลดค่าไฟ แต่ยังมีเงินกองทุนและช่องทางงบประมาณอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้ จึงอาจไม่จำเป็นต้องตราเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาพอดี นายณัฐพงษ์ จึงพักการให้สัมภาษณ์เป็นเวลาสั้นๆ ระหว่างที่นายกฯ เดินทางมาถึง และทำความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงได้มีการสวัสดี และทักทายกัน.