อย่างไรก็ตาม นางซุน หยุน ผู้อำนวยการโครงการจีน จากศูนย์สติมสัน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า โฉมหน้าใหม่ของการทูตจีน มีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ตั้งแต่ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ไปจนถึงความเป็นพันธมิตรระหว่างรัฐบาลปักกิ่งและรัฐบาลมอสโก

“ความสำคัญสูงสุดของฉิน คือ การปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐ เนื่องจากความรู้สึกต่อต้านสหรัฐที่ยังมีอยู่ภายในประเทศ ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางเยือนจีนในอีก 2 สัปดาห์นี้ อีกทั้ง เขาจำเป็นต้องปรับปรุงความสัมพันธ์กับบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของจีน รวมถึงการจัดการกับรัสเซียและเกาหลีเหนือ” ซุน กล่าว

CGTN

ฉิน เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของชาวจีนและนักข่าวต่างประเทศในกรุงปักกิ่งอยู่แล้ว ในฐานะโฆษกและรองอธิบดีฝ่ายข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างปี 2548-2553 ท่าทีดุดันของเขาที่มีต่อคำถามของนักข่าว สะท้อนถึงสิ่งที่ถูกเรียกว่าเป็นการทูตแบบ “กองพันหมาป่า”

ส่วนในประเทศ การรับมือกับคำถามยาก ๆ ของฉิน ทำให้เขาได้รับคำชมจากสื่อจีน ตลอดจนมหาวิทยาลัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกรุงปักกิ่ง ที่เจ้าตัวเป็นศิษย์เก่า ยกย่องเขาในเรื่องการไม่หลบเลี่ยงคำถาม และทัศนคติที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

“การทูตเป็นงานที่ซับซ้อนและเป็นระบบ มันอาจแข็งกร้าวกับความนุ่มนวลบางอย่าง หรืออาจนุ่มนวลกับความแข็งกร้าวบางอย่างได้” ฉิน กล่าวถึงความคิดของเขาเกี่ยวกับการทูตอย่างชัดเจน ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2556 “มันสามารถเป็นได้ทั้งความแข็งกร้าวและความนุ่มนวล และเมื่อเวลาและสถานการณ์เปลี่ยนไป ทั้งสองสิ่งอาจจะกลายเป็นกันและกัน”

ต่อมาในฐานะนักการทูต ฉินบ่มเพาะความเชี่ยวชาญในกิจการยุโรปตะวันตก โดยปฏิบัติหน้าที่ในสถานทูตจีน ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 2 ครั้ง เมื่อช่วงศตวรรษที่ 2000 ซึ่งในตอนแรก เขาเป็นเลขานุการคนที่ 3 และ 2 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

CGTN


อย่างไรก็ดี การปฏิบัติหน้าที่ช่วงสั้น ๆ ของฉิน ในฐานะนักการทูตอันดับต้นของรัฐบาลปักกิ่งในสหรัฐ ทำให้เขาได้เดินทางไปทั่วประเทศ, เยี่ยมเยียนเกษตรกร และพูดคุยกับนายอีลอน มัสก์ ตั้งแต่ช่วงแรกซึ่งมาประจำการที่กรุงวอชิงตัน ในตำแหน่งเอกอัครราชทูต เมื่อกลางปี 2564 ฉินใช้น้ำเสียงที่แสดงถึงการผูกมิตรไมตรี และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ประตูความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ซึ่งเปิดอยู่แล้ว ไม่สามารถปิดได้” พร้อมกับเน้นย้ำว่า การแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น “ไม่ใช่เกมผลรวมเป็นศูนย์”

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ฉินยอมรับว่า “ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดของจีน” คือ สหรัฐ ทว่าเมื่อถูกถามเกี่ยวกับไต้หวัน เขาอธิบายว่าไต้หวันคือ “จุดชนวนที่ใหญ่ที่สุด” ในความสัมพันธ์ทวิภาคี

“หากไต้หวันซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ยังคงดำเนินไปตามเส้นทางเพื่อการเป็นเอกราช มันอาจมีแนวโน้มอย่างมากว่า จีน และสหรัฐ ซึ่งเป็น 2 ประเทศใหญ่ จะมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางทหารได้” ฉิน กล่าวเตือน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES